Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

แรงบันดาลใจที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าความสงสัยใคร่รู้ เกี่ยวกับทีมฟุตบอลทีมชาติซีเรีย ว่าทำไมพวกเขามาไกล จนเกือบได้ไปบอลโลก ทั้งๆที่บ้านเมืองก็กำลังมีไฟสงครามภายในประเทศ.. น่าเสียดายที่นัดเพลย์ออฟ มาโดนออสเตรเลีย ยิงในช่วงต่อเวลาพิเศษ ดับความฝันของซีเรีย ที่จะได้ไปฟุตบอลโลกครั้งแรก ในประวัติศาสตร์

บนสงครามที่เราเองก็อาจไม่เข้าใจลึกซึ้ง จึงได้พยายามหาข้อมูล ก็รู้ว่าสงครามนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2011 หลังจากที่ประธานาธิบดี บาซาร์ อัล อัสซาด มีคำสั่งปราบม็อบอาหรับสปริงส์ ที่เรียกร้องให้เขาลงจากตำแหน่ง จนไฟสงครามลุกลามใหญ่โต และมีผู้ต่อต้าน พร้อมไปกับผู้ไร้บ้านนับสิบล้านคน.. และหนึ่งในนั้นก็มีนักฟุตบอลทีมชาติซีเรียรวมอยู่ด้วย
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะสิ่งที่ผมอยากรู้คือ ทำไมทีมฟุตบอลของพวกเขาถึงได้มาไกลขนาดนี้ ทั้งๆบ้านเมืองกำลังมีสงคราม และแน่นอนว่า ฟีฟ่า ไม่อนุญาตให้พวกเขาลงแข่งเกมในบ้าน ในรอบคัดเลือก ต้องไปเล่นที่โอมาน ส่วนในรอบ 3 , รอบ 4 ที่เพิ่งเตะไป.. มาเลเซีย เป็นชาติที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสนามแข่ง ทำให้พวกเขาต้องเดินทางค่อนทวีปเพื่อลงแข่งขัน ..การใช้รังเหย้าที่เป็นสนามกลางเช่นอิรักที่มาเตะในอิหร่านตอนเจอกับทีมไทย แน่นอนว่าย่อมไม่ได้เปรียบอะไรเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่า ทั้ง 6 นัด ในบ้าน(ปลอมๆ)รอบสุดท้ายนี้ พวกเขาไม่เคยแพ้ใครเลย โดยชนะไป 2 และ เสมอ 4 นัด

ตั้งแต่มีไฟสงครามในซีเรียมากว่า 6 ปี ฟุตบอลลีกของพวกเขา เคยหยุดแข่งขันไปแค่ปีเดียว และจาก 16 ทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน บางทีมต้องใช้สนามร่วมกัน สนามเล็กสุด จุผู้ชมแค่ 1 พันที่นั่ง ไปจนถึงใหญ่สุดที่ 32,000 ที่นั่ง ของสโมสรอัล คารามาห์ ที่ใช้ร่วมกับ อัล วัตบา แต่ผู้เล่นซีเรียส่วนใหญ่เลือกที่จะออกไปค้าแข้งนอกประเทศ ทั้งในอียิปต์ และตะวันออกกลางมากกว่า เพราะในซีเรีย นักเตะจะได้เงินเดือนเฉลี่ยเพียงเดือนละ 7 พันบาทเท่านั้น และค่อนข้างเสี่ยงตายพอสมควร ปัจจุบันมีนักฟุตบอลในลีก เสียชีวิตอย่างน้อย 38 คน จากการทิ้งระเบิดของฝ่ายรัฐบาลเอง และที่สูญหายไปอีกกว่า 13 คน..
การสนับสนุนที่ดูจะขัดแย้งของรัฐบาลซีเรีย ทำให้สายตาชาวโลกมองทีมนี้ว่าเป็น The Dictator's Team หรือทีมของจอมเผด็จการ ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การสนับสนุนให้นักเตะออกไปหาประสบการณ์ยังลีกต่างประเทศ ประธานาธิบดี อัสซาด ยังเปิดใจให้ ไฟราส อัล คาห์ติบ กัปตันทีมชาติซีเรีย (ผู้เล่นเบอร์ 10 ในรูป) ที่เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลหรือพวกกบฏ ได้กลับมาร่วมทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี อีกด้วย..

แน่นอนว่าแฟนบอลของซีเรียไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศการเชียร์บอลในบ้าน ครั้นจะบินมาเชียร์ที่ มาเลเซีย ก็ไกลครึ่งทวีป ด้วยวิถีชีวิตและเงินในกระเป๋าที่ไม่เอื้ออำนวย แต่รัฐบาลของพวกเขาก็ได้มีการจัดจอยักษ์ใจกลางจัตุรัส เมืองดามัสกัส ให้ประชาชนได้ร่วมเชียร์ทีมฟุตบอลของพวกเขายามลงแข่ง เพราะนี่คงเป็นฐานเสียงเดียวของรัฐบาล และคงเป็นความหวัง,ความสุข เพียงไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่ของชาวซีเรีย..
ในโลกของฟุตบอลสวยงามเสมอ.. แม้สถานการณ์ในประเทศจะดูเลวร้าย สิ่งที่รัฐบาลซีเรียกำลังทำถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าวันนี้พวกเขาจะยังไม่ได้ไปบอลโลก แต่ก็เชื่อว่าในอีกไม่ช้าพวกเขาคงจะสมหวัง และถือได้ว่า "ซีเรีย" ยังเข้ามาใกล้คำว่า "เวิลด์คัพ" มากกว่าบางประเทศ ที่คิดตื้นๆด้วยการหวังจะไปบอลโลกทางลัด ด้วยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมันเองซะเลย..

192.168.52.211