Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เวลา 07.00 น.วันที่ 11 ต.ค. 2560 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. เจ้าหน้าที่จาก ปปง. และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลสนธิกำลังเจ้าหน้าที่



นำหมายศาลจังหวัดตลิ่งชัน เลขที่ 3.133/2560 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 108/1 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ราคา 49 ล้านบาท ซึ่งเป็นบ้านบุตรสาวของนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานนท์ ภรรยาคนปัจจุบันของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) วาระปี 2553-2557 เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินตามมติคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 19/2560



พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยหลังจากเข้าทำการตรวจค้นนานกว่า 3 ชั่วโมง พบว่าบ้านหลังนี้นายนพรัตน์ ได้ซื้อไว้เมื่อปี 2556 โดยให้บุคคลใกล้ชิดเป็นผู้ครอบครอง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากยังต้องสืบสวนขยายผลต่อไป แต่จากการตรวจค้นพบเอกสารหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของนายนพรัตน์จริง และได้ทำการอายัดบ้านหลังนี้รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้าน ดังต่อไปนี้

1. เอกสารแสดงตนประเภทต่างๆของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นเอกสารกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของนายนพรัตน์ เอกสารการเข้ารักษาที่โรงพยาบาลของนายนพรัตน์และนางพัทธานันท์ บัตรประจำตัวของหน่วยงานต่างๆ บัตรเครดิตของนายนพรัตน์ รวมถึงหลักฐานอื่นๆ ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่าบ้านและที่ดิน บ้านเลขที่ 108/1 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์2.ตู้เซฟขนาดใหญ่ จำนวน 1 ตู้3.ตู้เซฟขนาดเล็ก จำนวน 2 ตู้
ในส่วนของตู้เซฟ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดออกดู ปรากฏว่าไม่พบอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมกับบุคคลใกล้ชิดไปแล้วกว่า 1 ปี น่าจะขนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดออกไปด้วย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า บ้านหลังนี้จดทะเบียนเป็นชื่อลูกสาว ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงติดของนางพัทธานันท์ เมื่อปี 2556 ขณะนั้นลูกสาวมีอายุ 20 - 21 ปี
พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ ยืนยันว่า จะทำการสอบสวนขยายผลจนสิ้นกระแสและข้อสงสัย และจะนำเงินรวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่มีการทุจริตไป กลับมาเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

ทั้งนี้คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของนายนพรัตน์ กับพวกรวม 9 คน ทั้งสิ้น 33 รายการ รวมมูลค่ากว่า 71 ล้านบาท

ส่วนนายไชยยนต์ มาลัยพวง หัวหน้า รปภ.ของโครงการฯ เปิดเผยว่า ปกติที่บ้านหลังดังกล่าว มีแม่บ้านอยู่ 2 คน และจะเห็นคนขับรถของนายนพรัตน์เข้าออกบ้านบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนนายนพรัตน์ หัวหน้า รปภ. บอกว่า ไม่เจอมานานกว่า 1 ปีแล้ว เคยเห็นแค่ช่วงแรกๆตอนที่ซื้อบ้านใหม่ๆ เท่านั้น ส่วนภรรยาและลูก ตนก็ไม่เคยเห็น ส่วนใหญ่คนที่มา จะนั่งรถเข้ามาแล้วเข้าไปลงรถในบ้านเลย


อีกทั้งก่อนหน้านี้ 2 วันที่ผ่านมา หรือเมื่อประมาณวันที่ 8 ตุลาคม คนขับรถที่ทราบชื่อเล่นเพียงว่ากาศ ซึ่งเป็นคนขับรถประจำของนายนพรัตน์ ขับรถตู้เข้ามาและมีรถยนต์กระบะอีก 1 คัน น่าจะเป็นรถรับจ้าง เข้ามาทำการขนกล่องกระดาษขึ้นรถยนต์กระบะไปเต็มคันรถ คาดว่าภายในน่าจะเป็นเอกสารสำคัญ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาทำการตรวจค้นในวันนี้

การเข้าครวตค้นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งเป็นคดีในล็อตแรก ซึ่งเป็นการตรวจสอบการทุจริต งบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด เมื่อปี 2555 - 2559 มูลค่าความเสียหาย 62 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 12 วัด โดยในล็อตแรกมีผู้ต้องหาทั้งหมด 9 ราย ซึ่งออกหมายเรียกให้มารายงานตัวแล้ว ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 8 - 12 ตุลาคม หากไม่จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้มาภายในวันที่ 25 ตุลาคม หากยังไม่มารายงานตัวก็จะออกหมายจับต่อไป ประกอบด้วย
1. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.(ปัจจุบันหนีไปต่างประเทศ)2. นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ.3. นางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ.4. นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาส นักวิชาการ พศ.5. นายศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี (ไม่ใช่ข้าราชการ)6. ชมพูนุช จันทร์ลือชัย7. อุบล ดิษฐ์ด้วง8. ฐานพัฒน์ ม่วงทอง9. พระสุทธิพงษ์ สุทธิวังโส เจ้าอาวาสวัดไทย-เดนมาร์ก
ขณะที่คดีทุจริตในล็อตที่สองสัปดาห์หน้า ปปง. จะเข้ายื่นร้องทุกข์ต่อ ปปป. ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีภารกิจตรวจค้นเป้าหมาย 14 จุด ในจังหวัดนครปฐม ในครั้งนั้นเป็นคดีในล็อตที่สอง เป็นการตรวจสอบการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภทคือ
1.อุดหนุนบูรณะปฎิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด2.อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา3.อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 2555 - 2560 ความเสียหายประมาณ 141 ล้านบาท
การตรวจค้นในวันที่ 21 กันยายน เจ้าหน้าที่พบทองคำแท่งหนัก 1 บาท 80 แท่ง โฉนดที่ดิน และเอกสารอื่น ๆ ภายในบ้านของนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. จึงได้อายัดไว้ตรวจสอบ และได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย และมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต


คดีทุจริตเงินทอนวัดในล็อตที่สอง มีผู้ต้องหา 19 คน เป็นข้าราชการ 13 คน พระ 4 รูป และประชาชนไม่ใช่ข้าราชการอีก 2 คน ประกอบด้วย1. นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.2. นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี3. นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ.4. นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ลำปาง5. นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ.6. นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ.7. นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ.8. นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผู้ตรวจ ราชการ พศ.9. นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสงคราม10. นายไพฑูรย์ กรรณโม (ไม่ทราบตำแหน่ง )

ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คน เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตแรก และมีชื่อในล็อตที่สองด้วย คือ นายนพรัตน์ นายวสวัสดิ์ นางประนอม นางณัฐฐาวดี และนายศิวโรจน์ และยังมีอีก 4 ราย ซึ่งเป็นพระสงฆ์ เจ้าหน้าที่ฯ ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ

ภาสพล โตหอมบุตร "รุจ" ผู้สื่อข่าวภาคสนาม หัวหน้าข่าว NationTV, ผู้ดำเนินรายการ "ข่าวข้นคนเนชั่น" จ-ศ เวลา 20.30-22.30 น., รางวัลเกียรติยศและโล่ประกาศเกียรติคุณ "คนดีแผ่นดินสยาม ปี 2559" รายการเนชั่นระวังภัย, รางวัลเสื้อสามารถ สุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2558-2559 โดยสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย "ภาสพล ขุดค้นข่าว" เจาะลึกทุกพื้นที่ ขุดค้นทุกสนามข่าว

บทความล่าสุด

192.168.52.214