Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ผลการศึกษาของ KPMG เรื่อง "Real Estate in the Digital Age" ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ถึงผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีต่ออุตสาหกรรม Real Estate


ซึ่งได้ตีพิมพ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2017 และระบุว่า เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วกำลังส่งผลกระทบให้เกิดการพลิกผันทางธุรกิจ (Business disruption) ในธุรกิจ Real Estate ในมิติต่าง ๆ

ซึ่งผู้บริหารและนักลงทุนจะต้องนำมาพิจารณา มีดังนี้

ประการแรก ผลกระทบจากการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ททำให้พฤติกรรมของการ shopping เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกันกับการทำงานที่ผู้คนมีการเคลื่อนที่และทำงานแบบ remote และ realtime รวมไปถึงเทคโนโลยี smart warehouse และ smart home ที่กำลังจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ

จึงทำให้การใช้ชีวิตบนออนไลน์มีความสำคัญเทียบเท่ากับการใช้ชีวิตทำงานทางกายภาพแล้วในวันนี้

ดังนั้น ผู้บริหาร Real Estate จะต้องคำนึงถึงความคาดหวังใหม่ ๆ ของผู้บริโภคที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ในหลายรูปแบบได้ทุกที่ ทุกเวลา

ประการที่สอง ความต้องการของผู้บริโภคในด้านประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ประทับใจ และการให้บริการในรูปแบบเฉพาะบุคคล (Personalized service) ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงร้านค้าที่ต้องการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดายในทุกที่ ทุกเวลา

ดังนั้น Real Estate จึงมิได้มีมิติทางกายภาพ (brick and mortar) อีกต่อไป แต่ผู้บริหารด้าน Real Estate จะต้องคำนึงถึงความคาดหวังใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในด้านการให้บริการทางออนไลน์มากขึ้นในระดับที่เท่ากันกับการพิจารณาให้ความสำคัญใน Real Estate ทางกายภาพอีกด้วย

ซึ่งเทคโนโลยีที่จะต้องถูกพิจารณาเพื่อนำมาใช้ในการตรวจสอบความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคคือ Big Data Analytics และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 10 ปีต่อจากนี้

ประการที่สาม ความสะดวกสบายได้กลายเป็นข้อพิจารณาอันดับแรก

ทั้งนี้เพราะการให้บริการอย่างรวดเร็ว เช่น การให้บริการการขนส่งสินค้าสู่มือลูกค้าได้ภายใน 1 ชั่วโมง หรือ การใช้กลยุทธ์ Click & Collect ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกระบวนการของระบบ logistics เป็นอย่างมาก

เพราะการกดดันจากลูกค้าที่มีเวลาน้อย ซึ่งพวกเขาถือว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง จนทำให้ระบบนิเวศของ logistics กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก รวมทั้งพฤติกรรมการใช้พื้นที่แบบ "Mixed-use space" ได้เติบโตขึ้นอย่างมาก

ซึ่งผู้ใช้มีแนวโน้มที่ต้องการสถานที่ทำงานใกล้กับร้านค้า (retail store) พร้อมทั้งใกล้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่ออกกำลังกาย (gym) สถานที่รับประทานอาหารที่อยู่ใกล้กันและครบวงจร

ซึ่งกลายเป็นความต้องการอย่างมากในยุคดิจิทัลที่มีความเร่งรีบ (busy lifestyle) ที่มีสิ่งแวดล้อมในการทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

เช่น การ shopping ของที่ต้องการซื้อที่ได้ list เอาไว้แล้วพร้อมกันกับได้พักผ่อนรับประทานอาหารกับเพื่อน ๆ หรือคู่รัก และได้เลือกภาพยนตร์ที่จะรับชมที่โรงหนังที่บริการอย่างสะดวกสบาย

และจุดสำคัญที่เห็นได้ชัด คือ ความยืดหยุ่น (Flexibility) ที่จะต้องสามารถปรับขนาดของ Real Estate ให้ได้ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งสภาพที่ทำงานก็ยังต้องปรับสภาพให้เข้ากับ lifestyle และพฤติกรรมทางสังคมดิจิทัล พร้อมกันกับประยุกต์เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคดิจิทัล

Reference
Real Estate in the Digital Age, KPMG, June 2017:
https://assets.kpmg.com/content/dam/kpmg/uk/pdf/2017/06/real-estate-in-the-digital-age-2017.pdf


พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
www.เศรษฐพงค์.com

ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

บทความล่าสุด

192.168.52.212