Search

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เมื่อการทำงานถึงทางตัน ผู้ใหญ่เมินยื่นมือเข้ามาช่วย ความสูญเสียจึงเกิดขึ้น : เรื่องหลอนซอย8 ตอนที่ 7

อ่าน เรื่องหลอนซอย8 เรื่องอื่นๆ
คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8มัน...คือตัวอะไร?
คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8แม่จ๋า...หนูหนาว
คลิกอ่านเรื่องหลอนซอย8หรือเป็นเพราะ...จดหมายฉบับนั้น
คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8ป้าบอกว่า เขา...อยู่ตรงนี้
คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8ทัณฑ์...มาทัน
คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8เพราะเหตุการณ์ในคืนนั้น?

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อประมาณ10กว่าปีที่แล้ว โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนรัฐขนาดใหญ่ มีนักเรียนเข้าศึกษาหลายพันคน ซึ่งน่าจะมีระบบระเบียบที่ซับซ้อน จนทำให้อาจารย์ท่านหนึ่ง"อึดอัด"
อาจารย์ท่านนี้มีชื่อว่า อ.อนุสรณ์ ท่านเป็นคนเล่นดนตรีเก่ง เป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ แต่หลงใหลในการเล่นดนตรีไทย เป็นคนดีมีน้ำใจมีแต่คนนับหน้าถือตา ยิ้มเก่ง อัธยาศัยดีเยี่ยม จึงไม่แปลกที่อาจารย์ด้วยกันและลูกศิษย์จะรักแก
แต่ภายใต้รอยยิ้ม อ.อนุสรณ์ยังเป็นคนที่มักจะเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว ไม่แม้จะปริปากกับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว จึงไม่มีใครล่วงรู้ว่า อ.อนุสรณ์จะทำสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดนี้ได้
ด้วยความน้อยใจในระบบระเบียบของราชการและผู้บริหารในสมัยนั้น อ.อนุสรณ์ จึงคิดสั้น
"การฆ่าตัวตาย"ได้ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ทำจดหมายแจ้งผู้บริหารและอาจารย์ คืนทรัพย์สินของทางราชการสิ่งที่อ.อนุสรณ์ยืมมานั้น คืนทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไม่ให้ติดค้าง แม้กระทั่งครุภัณฑ์ที่ยืมมา ก็ทำเรื่องคืนให้กับทางราชการทั้งหมด ในจดหมายเขียนบรรยายความรู้สึกแม้กระทั่งเหตุผลในการฆ่าตัวตาย อ.อนุสรณ์ก็ยังเขียนไว้ด้วย
นอกจากเขียนจดหมายแล้ว อ.อนุสรณ์ยังมีโทรศัพท์มือถือที่คิดว่า หากเขาตายต้องมีคนมาตามหาศพ อ.อนุสรณ์จึงนำโทรศัพท์มือถือไว้ที่ตัวเพื่อให้คนโทรหา วันนั้นทางบ้านของอาจารย์ ได้พยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ครอบครัวจึงได้มาที่โรงเรียนเพื่อติดตาม มีใครเห็นอาจารย์อนุสรณ์ไหมหรือว่าแกนั่งทำงานแล้วยังไม่กลับให้ช่วยไปดูหน่อย ภารโรงและรปภ.ของโรงเรียนจึงขออาสา ไปติดตาม
จนท.ทั้งสองคนแยกกันหาเดินทั่วโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำในสนามในห้องธุรการที่ครูอนุสรณ์มักจะไปบ่อยแต่ก็ไร้วี่แวว จนเหลือแค่ห้องเดียวคือห้องประชุมใหญ่ที่จะอยู่ใกล้กับห้องดนตรีสากลที่อาจารย์อนุสรณ์มักจะไปเหมือนกัน ในระหว่างที่กำลังเดินตามหาก็โทรศัพท์ติดตามไปด้วยเผื่ออาจารย์จะรับสาย
และเมื่อเดินเข้ามาใกล้อาคารหอประชุมก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ จึงเดินตามเสียงโทรศัพท์นั้นไป เดินจากชั้น 1 สู่ชั้น 2 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรื่อยๆ เดินต่อจากชั้น 2 ต่อไปที่ชั้น3 โทรศัพท์ยิ่งดังชัดขึ้น รปภ.คิดในใจว่า
ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล เกิดขึ้นกับอ.อนุสรณ์แน่ๆ โทรศัพท์ดังขนาดนี้ ทำไมแกจึงไม่รับสาย
รปภ.ยังคงเดินไปตามเสียงนั้น เสียงมาจากห้องดนตรีสากล! รปภ.คิดในใจ จึงโทรเรียก แม่บ้านที่ไปตามหาอีกตึกหนึ่ง ไปดูด้วยกัน เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ เมื่อแม่บ้านมาถึง จึงโทรเข้าไปที่โทรศัพท์ อ.อนุสรณ์อีกครั้ง
แม่บ้านบอก "เสียงมาจากห้องดนตรีสากลนี่"รปภ.ตอบ "ใช่ ถึงเรียกแกมาดูด้วยกันนี่แหละ"
เสียงโทรศัพท์ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ จน รปภ.และแม่บ้านมาถึงห้องดนตรีสากล ส่องดูช่องประตูที่มีกระจกอยู่ตรงกลาง ทำเอาทั้งคู่แทบช็อค!
เพราะภาพที่เห็นคือ อ.อนุสรณ์ ใช้สายไฟผูกคอตาย กับหน้าต่าง ในสภาพนั่งอยู่กับพื้น ลิ้นจุกปาก ตาถลน ร่างกายเขียวช้ำ ข้างๆมีจดหมายเล็กๆ วางอยู่
การฆ่าตัวตายมีความเชื่อกันว่าวิญญาณจะวนเวียนอยู่แถวนั้นจนกว่าจะหมดอายุขัย จากนั้นจึงจะไปชดใช้กรรมในสิ่งที่ตนเองทำไว้
และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง
เพราะหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นมักจะมีคน เห็นอาจารย์อนุสรณ์มาปรากฏตัวอยู่บ่อยๆ
ในช่วงเวลาพลบค่ำ หากมองไปที่อาคารห้องประชุมก็จะเห็นคนเดินอยู่ข้างบนเป็นเงาดำๆ บ้าง แต่ยังไม่เคยมีใครเห็นแบบจะจะ
แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งดังมากในโรงเรียนนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมปี 2554 ที่โรงเรียนถูกตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีการกางเต็นท์ให้เป็นที่พักชั่วคราว ในอาคารหอประชุม ที่อยู่ติดกับห้องดนตรีสากล สถานที่ๆ อ.อนุสรณ์ใช้เป็นห้องปลิดชีวิตตัวเอง
ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่มาอาศัยโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่พักชั่วคราวมาเล่าให้อาจารย์ที่ดูแลศูนย์ ฟังว่า
"ครูที่นี่ดูแลดีมาก ดูแลตลอดเวลา เที่ยงคืนตีหนึ่งตีสองก็ยังมาเดินดูเดินตรวจ"
ครูที่ดูแลศูนย์ฯ จึงถามออกไปว่า "ครูคนนั้นแต่งตัวยังไงลักษณะเป็นแบบไหน"
ผู้ประสบภัยเล่าให้ฟังว่า "แต่งชุดราชการ รูปร่างท้วมใส่แว่น"
ครูผู้ดูแลศูนย์ฯตกใจแต่ก็เก็บอาการไว้เกรงว่าผู้ประสบภัยจะกลัว เพราะลักษณะที่เล่ามานั่นก็คือ ลักษณะของ อ.อนุสรณ์ นั่นหมายความว่าคุณครูยังคงอยู่ ยังคงห่วงหาโรงเรียนแห่งนี้ และยังมาช่วยดูแลผู้ประสบภัยด้วยตัวเองด้วย
และจากการสอบถามของผู้ที่พบเจอวิญญาณของครูอนุสรณ์ มักเจอเหตุการณ์คล้ายๆกัน คือครูมักจะมาช่วยเหลือมากกว่าที่จะมาเพื่อหลอกหลอนให้เพื่อนครูหรือลูกศิษย์เกรงกลัว...

(อ่านเพื่อความบันเทิงเสมือนเป็นนิยายเรื่องหนึ่งควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน)พูดคุยติชมแลกเปลี่ยนกันได้ที่twitter : LungTuiหรือติดตามกันในเฟซบุ๊กFacebook : เรื่องหลอนซอย8


ผู้ช่วยบรรณาธิการออนไลน์ เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม หลงใหลในสิ่งลี้ลับ แสวงหา-สะสมพระเครื่อง ชื่นชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ ศรัทธาในพุทธศาสนา

บทความล่าสุด

192.168.52.211