Search

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เป็นอดีตศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุค 90 สำหรับ "โจอี้ บาซู" ชสุรเดช ทับทิมใส ซึ่งทุกวันนี้ได้พลิกผันจากการเป็นศิลปินนักร้อง มาเป็นนักธุรกิจ เปิดบริษัทผลิตคอสเมติก และยังเป็นประธานบริษัทที่ประเทศเกาหลีอีกด้วย ล่าสุดโจอี้ได้มานั่งเปิดใจในรายการ คุยเช้า Show ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และเอมมี่ อมลวรรณ เป็นพิธีกร ถึงชีวิตครอบครัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ว่าตอนนี้เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังถึง 5 คน ส่วนภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว


@ มีลูก 5 คนจริงเหรอ?

เป็นลูกบุญธรรม 4 คน และลูกตัวเอง 1 คน อายุ 18 แล้วครับ ชื่อน้องณัชชา ซึ่งแต่ละคนจะมีที่มาแตกต่างกันไป

@ มีข่าวออกมาว่า โจอี้ บาซู ตกอับ จริงไหม?

จริงๆ ให้เค้ารู้แค่นั้นพอมั้ง ไม่อยากให้รู้เยอะ

@ ความจริงทำงานอะไรอยู่?

ผมเป็นประธานบอร์ด เซาท์ อีส เอเชีย ของบริษัท เวิล์ด วีเทค ที่เกาหลีครับ ก็พัฒนาซอฟท์แวร์อยู่ที่โน่น ดูแล 57 ประเทศ บินไปกลับเมืองไทยตลอด ทำงานมา 12 ปีแล้วครับ เอาจริงๆ เราไม่ได้ชื่นชอบอะไร เพราะเราไม่ได้เรียนทางด้านวิศวะมา แต่ว่าเราไปเกิดไอเดียตรงโปรดักส์ที่เค้าเอามาพรีเซ้นท์เราตอนแรก ด้วยอาชีพที่ผมเคยทำแต่ก่อน ก็คืองานอีเว้นท์ คราวนี้เราก็คิดว่ามันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เลยเอานั่งคุยกัน และศึกษากันมาตลอด

@ สาเหตุที่รับอุปการะเด็ก 4 คน เริ่มต้นมาจากอะไร?

มันเริ่มจากความเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เรารู้จักกัน แล้วบางทีน้องๆ ที่เขามีปัญหาครอบครัว เราไม่รู้จะช่วยยังไง เลยช่วยได้เท่านี้ ผมไปเซ็นเป็นพ่อ อุ้มออกมาจากโรงพยาบาลเลย ถูกต้องตามกฎหมาย

@ แล้วลูกสาวคนโต เราไปมีตอนไหน?

ผมมีก่อนเป็นบาซูอีก จริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยปิด แต่ไม่มีใครเคยถามเลย เพราะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด แฟนคลับที่สนิทก็รู้ ถามว่าหวงลูกสาวมั้ย ก็หวงในสิ่งที่อยู่ในกรอบ ถ้านอกกรอบเราก็จะสอนให้เค้ารู้วิธีว่าเค้าจะรับผิดชอบยังไง

@ ลูกสาวคนโตเราโอเคไหม กับการที่เรามีน้องๆ บุญธรรมมาอีก 4 คน?

สิ่งสำคัญคือเราสอนเค้าตั้งแต่เด็ก ในเรื่องที่ควรจะมี นั่นก็คือจิตสำนึกที่ดีที่ควรจะมี ถ้าคุณมีในส่วนนี้คุณจะลืมเรื่องที่เป็นลบทั้งหมด ผมไม่อยากให้เค้ามาเป็นเหมือนเรา เราอาจจะมีปมเล็กๆ ในวัยเด็ก อาจจะเป็นเรื่องผิว เรื่องความกำพร้า ถามว่าคิดจะตามหาพ่อมั้ย มันไม่มีผล เพราะการตามหามันมีแค่ 2 คำ ซึ่งถ้าเป็นวัฒนธรรมไทย เราไม่มีตรงนี้ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศ เค้าจะถามกลับมาเลยว่า So What? แล้วยังไง เจอแล้วทำยังไงเหรอ?

@ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน?

มันไม่นิ่งหรอก บางคนอยู่ต่างจังหวัด บางคนอยู่กรุงเทพ

@ สูญเสียภรรยาเมื่อปีที่แล้ว เกิดอะไรขึ้น?

เป็นโรคประจำตัว โรคหัวใจครับ ความจริงเค้าเป็นมานานแล้ว เราทำบริษัทที่เกี่ยวกับอาหารเสริม คอสเมติก ทำสบู่ แล้วแฟนผมเป็นคนดูแล การที่เราทำพวกโรงงานหรือผลิตแบบนี้ มันจะต้องมีการเทสสินค้า ลูกค้ามีเป็นร้อยเจ้า แฟนผมเขาจะเป็นคนที่ลองเทสเอง ที่จริงเรามีฝ่ายเทส ฝ่ายดูแล แต่ด้วยความที่เขาจะต้องเอารายละเอียดไปคุยกับลูกค้า เขาจะต้องเป็นคนเทสเอง เราจะพลาดไม่ได้เลย ที่ผ่านมาคุณหมอจะไม่รู้เลย เพราะเวลาเขาวินิจฉัยโรค เขาจะดูที่ตัวคนก่อน ยังไม่ได้ลงลึกถึงสาเหตุ และอีกอย่างเราก็บอกหมอไม่ได้ด้วยว่า ตัวไหนคือสาเหตุ เพราะสินค้ามีหลายตัวมาก

@ ตอนที่ภรรยาเริ่มป่วย เริ่มไปหาหมอ จนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันนานไหม?

ช่วงแรกๆ ก็ไปๆ กลับๆ เพราะว่าเราต้องไปเช็คร่างกายต่อเนื่อง พอสุดท้ายเค้าไป เค้าก็ไปเลยกระทันหัน หัวใจหยุดเต้น ผมก็อยู่ คุณหมอก็พยายามช่วย ปั๊มหัวใจแล้วฟื้นมาประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ได้มีโอกาสคุยกันจนถึงวินาทีสุดท้ายเราก็พยายามให้กำลังใจให้เขาอดทนสู้นะ สิ่งที่เขาพูดกับเราก็คือฝากดูแลลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก่อนที่เขาจะจากไปคุณหมอบอกว่าให้เปิดชิณบัญชรให้เขาฟัง ซึ่งผมก็เปิดนะ แต่เปิดได้ไม่นานแล้วแบตโทรศัพท์หมด แล้วเขาก็ไปเลย ผมทำได้แค่นั้นจริงๆ สิ่งที่คิดจุดแรกก็คือรับไม่ได้ เราก็อยู่กับลูกสองคน พยายามคุยกับเขาว่า เราคงใช้ความเข้มแข็งไม่พอ

@ หลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตหยุดทำงานไป 2 เดือน?

มันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำอะไรต่อ แล้วมันมีมรสุมทุกอย่างตามมา พอไม่มีเขาอยู่ดูบริษัทแล้ว ลูกค้าก็เปลี่ยนพฤติกรรม ชิ่งออกไปเป็นร้อย แล้วเรื่องประกันยิบย่อยอีกเยอะ ตอนนี้บริษัทก็ยังอยู่ ผมดึงกลับมาแล้วมาทำเอง

ติดตามรายการ"คุยเช้าShow"ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์7.00-8.00น.ทางช่องone31 Facebook Page :คุยเช้าShowและรับชมย้อนหลังได้ที่Youtube Channel : Orange Mama

192.168.52.214