Search

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ปอท.ยื่นศาลขอฝากขังครั้งแรก "วัฒนา" ปลุกปั่น ม.116-พ.ร.บ.คอมฯ โพสต์ FB หมุดคณะราษฎรหาย ขณะที่เจ้าตัวร้องค้าน แต่ยังโดนศาลตั้งสำนวนละเมิดศาลอีกหลัง FB live ในศาล

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 21 ส.ค.60 เวลา 13.00 น. พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 60 ปี แกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเรื่อหมุดคณะราษฎร

โดยพนักงานสอบสวน ปอท. ได้ยื่นคำร้องฝสกขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.- 1 ก.ย. นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก และเสนอสำนวนการสอบสวนให้ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาสั่งคดี ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวน ก็ได้ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง เป็นที่สนใจของประชาชน มีอัตราโทษอย่างสูงเกิน 3 ปี และผู้ต้องหามีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันซ้ำหลายครั้งตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่คำฟ้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.60 เวลา 18.01 น. ผู้ต้องหาได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Watana Muangsook โพสต์ข้อความในหัวข้อ "หมุดที่หายเป็นสมบัติของชาติ" โดยระบุทำนองว่า หมุดคณะราษฎรเป็นโบราณวัตถุ เป็นสมบัติชาติ การที่หมุดคณะราษฎรสูญหายไป ผู้ที่เก็บหรือเบียดบังเอาไปเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน รัฐบาลสมควรถูกประณามเพราะหมุดอยู่ในบริเวณเขตพระราชฐานแต่ไม่มีปัญญารักษาไว้ได้ และยังโพสต์ข้อความบิดเบือนให้บุคคลเข้าใจผิดว่าบุคคลทำการถอนหมุดจะต้องเป็นบุคคลที่มีความต้องการลบประวัติศาสตร์ เป็นการกระทำของพวกต่อต้านประชาธิปไตย รัฐบาลจึงต้องรับผิดชอบหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ หากทำไม่ได้ก็เท่ากับรัฐบาลรู้เห็นกับฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด มีทัศนคติไม่ดีต่อรัฐบาล และเกลียดชังรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และยังโพสต์ข้อความอีกว่า การแสดงตัวตรงข้ามประชาธิปไตยของรัฐบาลมีให้เห็นมาโดยตลอด คือการออกกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพ เช่นการบังคับสื่อต้องมีใบอนุญาต หรือกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภารกิจแรกที่ตนจะดำเนินการในสภาผู้แทนราษฎรคือการยกเลิกกฎหมายดังกล่าว เป็นการปลุกกระแสกลุ่มคนที่มีความคิดเกลียดชังรัฐบาลเผด็จการ และต้องการต่อต้านการทำงานของรัฐบาลเพื่อเป็นการชี้นำชักชวนให้กลุ่มคนดังกล่าวและประชาชนทั่วไปออกมาเคลื่อนไหว หรือชุมนุมทางการเมืองต่อต้านการทำงานของรัฐบาลเพื่อทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเห็นได้จากผู้ที่มาโพสต์แสดงความคิดเห็นในโพสต์ของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมากในลักษณะที่ต่อต้านรัฐบาล เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.

โดยเมื่อวันที่ 18 เม.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2560 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบโดยไม่มีการควบคุมตัว ต่อมาวันที่ 11 ส.ค. 2560 ผู้กล่าวหาได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

โดยขณะนี้เวลา 15.40 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องฝากขังและคำร้องคัดค้านฝากขังของผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้นายวัฒนา ก็ถูกศาลตั้งสำนวนกล่าวหาคดีละเมิดอำนาจศาลด้วยกรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยและไม่เหมาะสมบริเวณศาล กรณีที่ระหว่างการรอฝากขังนั้นนายวัฒนา ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ ถ่ายภาพยรรยากาศบริเวณห้องชั้น 2 ศาลอาญา ขณะนั่งรอพิจารณาคำร้องขอฝากขัง ซึ่งมีการเฟซไลฟ์ความยาวประมาณ 5 นาที

โดยหลังจากที่ศาลไต่สวนคำร้องฝากขังแล้ว ก็จะดำเนินการไต่สวนขอกล่าวหาละเมิดอำนาจศาลต่อไป

192.168.52.214