Search

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

กัปตันควงแขนสจ๊วต เปิดตัวปลาร้าเข้มข้น แบรนด์ "สจ๊วตแซ่บ" ภายใต้นวัตกรรมใช้หัวเชื้อหมักปลาร้าที่ผ่านการวิจัยของจุฬาฯ เผยลดขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตลง-คงสภาพเนื้อปลาได้ดี พร้อมใช้ระบบพลาสเจอร์ไรส์เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ตั้งเป้ายอดขายวันละ 300 ขวด เผยทำตลาด 2 เดือนผลตอบรับดีเกินคาด สินค้ากระจายขายทั่วไทย-เพื่อนบ้านทางออน ไลน์ผ่านเฟส-ไลน์-เว็ปไซต์ เล็งต่อยอดดึงอาหารพื้นถิ่นเข้าสู่ตลาดควบคู่กันผลิตแจ่วบอง น้ำปู๋ น้ำบูดูเสริมทัพ

นายไชย์สุพัชร์ มูลศรีแก้ว ผู้ผลิตปลาร้าเข้มข้นพาสเจอร์ไรท์ แบรนด์สจ๊วตแซ่บ เปิดเผยว่า ด้วยอาชีพของตนเองเป็นกัปตันสายการบินแห่งหนึ่ง และน้องชายเป็นพนักงานต้อนรับบนสายการบิน ต้องเดินทางต่างประเทศตลอดปี แต่อยากบริโภคอาหารไทยที่มีการปรุงรสของปลาร้าในต่างแดน ประกอบกับมีเพื่อนทำโรงหมักปลาร้าที่จังหวัดสระบุรี จึง มีแนวคิดร่วมกันผลิตปลาร้าปรุงรสให้ถูกสุขอนามัยพร้อมรับประทานได้แบบสะดวก จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ โดยเริ่มปรึกษา Food science และทดลองสูตรปรุงรสปลาร้าแบบเข้มข้นด้วยระบบพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งถือว่าเป็นกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยกับผู้บริโภค และสามารถเก็บปลาร้าได้นานขึ้น

ตลาดปลาร้าในประเทศไทยถือว่ามีความคึกคัก ความแตกต่างในการทำธุรกิจ จึงต้องให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้ามายกระดับสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้ โดยจะควบคุมคุณภาพตั้งแต่การใช้ปลาน้ำจืดธรรมชาติ และกระบวนการผลิตให้ถูกสุขอนามัยยิ่งขึ้น โดยกระบวการหมักปลาร้านั้น ได้ร่วมกับภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยการทำวิจัยหัวเชื้อที่ใช้ในการหมัก และกรรมวิธีในการหมัก เพื่อลดระยะเวลาในการหมักปลาร้า จาก 1 ปี ลงมาเหลือ 6 เดือน ทำให้ได้เนื้อปลาร้าที่มีคุณภาพ เนื้อแน่น กลิ่นหอม เป็นลักษณะเฉพาะตามแบบที่ต้องการ แตกต่างจากปลาร้าอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะมีการหมักเพื่อให้ได้น้ำปลาร้าสำหรับต้ม ซึ่งปลาร้าประเภทนี้ต้องปล่อยให้เนื้อปลาร้ายุ่ยก่อน แล้วจึงใส่เกลือหมัก เมื่อนำมาต้มน้ำปลาร้าน จะไม่มีเนื้อปลาผสม และมีกลิ่นแรง

"ในการทำปลาร้าของเราจะเน้นความเข้มข้น และความสะอาดควบคู่กัน ซึ่งกระบวนการผลิต เมื่อได้ปลามาแล้วจะทำความสะอาดปลาทุกตัว และควักไส้ปลาออกมาทำความสะอาก จากนั้นก็จะนำไปหมักกับเกลือ รำ และใส่หัวเชื้อหมักปลาร้าในโอ่งในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หลังจากครบกำหนดการหมักปลาร้าแล้ว จะนำมาต้มแล้วกรองเอาก้างปลาออกแล้วทำการปรุงรส โดยเป็นสูตรที่คิดขึ้นกันขึ้นมาให้รสชาติถูกปากกับคนไทย และคนต่างชาติที่นิยมบริโภคปลาร้าไปปรุงรสเป็นอาหารประเภทต่างๆ จากนั้นถึงนำเข้าสู่กระบวนการพาสเจอร์ไรส์ ที่ใช้อุณหภูมิมากกว่า 80 องศานาน 10 นาที ก่อนที่จะย้ายน้ำปลาร้านำไปเข้าสู่กระบวนการลดอุณหภูมิให้เชื้อจุลินทรีย์ตาย เพื่อรักษาคุณภาพน้ำปลาร้าไว้ได้นาน 1 ปี โดยไม่มีวัตถุกันเสีย ก่อนจะบรรจุสินค้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย ภายใต้การควบคุมมาตรฐานขององค์กาอาหารและยา โดยใช้ชื่อแบรนด์สินค้าว่า "สจ๊วตแซ่บ" นายไชย์สุพัชร์ กล่าว


หลังจากที่ได้ทดลองจนสูตรปลาร้าเข้มข้นลงตัวแล้ว จึงได้ทำการผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร โดยนำสินค้าไปเปิดตัวในงานแสดงสินค้าอาหาร 2560 THAIFEX - World of Food Asia 2017 ปรากฎว่าได้รับผลตอบรับความลูกค้าเกินคาดหมาย ส่วนใหญ่ลูกค้าจะชอบความเข้มข้น และรสชาติที่ถูกปากคนไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำไปปรุงรสในอาหารประเภทส้มตำ และน้ำพริกแล้ว ยังนำไปปรุงรสสร้างรสชติให้กับแกงต่างๆ อีกด้วย โดยขณะนี้สินค้าได้กระจายทั่วประเทศ และบางส่วนมีลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว และกัมพูชาทดลองนำสินค้าไปตลาด ขณะที่มีลูกค้าจากโอมาน และออสเตรเลียก็นำสินค้าไปทำลองเปิดตลาดเช่นเดียวกัน


นายไชย์สุพัชร์ กล่าว ในการทำตลาดปลาร้าเข้มข้นนั้น มองว่าปัจจุบันนี้ตลาดออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด จึงให้ความสำคัญในการอาศัยช่องทางการขายผ่านเฟสบุ๊ค ใช้ชื่อเพจ น้ำปลาร้า พาสเจอร์ไรซ์ สจ๊วตแซ่บ Steward Zaap Fermented Fish Sauce และแอพลิเคชั่นไลน์ @stewardzaap และเว็บไซต์ www.stewardzaap.com

ควบคู่ไปกับการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยขณะนี้สัดส่วนการจำหน่ายในประเทศร้อยละ 50 และต่างประเทศร้อยละ 50 โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่วันละ 300 ขวด และตั้งราคาขายไว้ที่ 89 บาท ขนาด 400 กรัม พร้อมกันนี้ ยังได้ผลิตปลาร้าแจ่วบองพาสเจอร์ไรซ์ออกมาจำหน่าย โดยจะสมุนไพรที่นำมาเป็นเครื่องปรุงนั้นจะเน้นความละเอียดบรรจุในขวดแก้วสะดวกต่อการรับประทาน และน้ำปลาหวานกุ้งแน่น รวมทั้งในอนาคตจะผลิตน้ำพริกของแต่ละภูมิภาคออกจำหน่ายด้วย เช่น น้ำปู๋ และน้ำบูดู

192.168.52.214