Search

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

แม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมานานแล้ว แต่ "ป้าอร" ยังจำเหตุการณ์นั้น ยังจำใบหน้าที่ร้องด้วยความเจ็บปวดของ "ลุงเทือง" ได้ ไม่เคยลืม

คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8มัน...คือตัวอะไร?

คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8แม่จ๋า...หนูหนาว

คลิกอ่านเรื่องหลอนซอย8หรือเป็นเพราะ...จดหมายฉบับนั้น

คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8ป้าบอกว่า เขา...อยู่ตรงนี้ 

กรรม คือ การกระทำที่เกิดมาจากเหตุแห่งเจตนา เรามักจะได้ยินคำว่า ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำอย่างไรกับใครไว้ ก็มักจะสะท้อนกลับมาหาเราไม่ช้าก็เร็วดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ"ลุงเทือง" จากปาก "ป้าอร"ภรรยาของแก

ลุงเทือง ชายหุ่นกำยำ ร่างสูงใหญ่ เป็นชาวจังหวัดอุทัยธานี มีพี่น้อง 5 คน แกเป็นคนโต ฐานะที่บ้านไม่สู้ดีนัก แกและน้อง ต้องทำงานตั้งแต่เล็กๆ อะไรที่เป็นเงินเป็นทอง แกเอาหมด ว่าไป แกมีหัวการค้าตั้งแต่เด็ก มีอยู่ช่วงหนึ่งไปรับ "ไอติม กระติก"มาขาย สะพายขึ้นไหล่ สั่นกระดิ่งขายไอติม (ใครไม่ทัน ดูตามรูป จะเป็น กระติกสังกะสี ข้างในเป็นแก้วกักเก็บความเย็นสวมอยู่ในตระกร้าหวายยาวๆ สำหรับสะพายบ่า) สมัยนั้นถือเป็นขนมชั้นเลิศ หวานเย็นคลายร้อน ขายดิบขายดี ลุงเทืองและน้องๆ มักจะไปรับมาขายในตอนเช้า และหลังเลิกเรียนสร้างรายได้ให้ครอบครัวอยู่เสมอ

ขอบคุณภาพจาก http://pgrocer.blogspot.com

ครั้งเรียนจบ มศ.5 มาแต่งงาน แกได้"ป้าอร"เป็นภรรยา เป็นชาว จ.อ่างทอง และด้วยป้าอรไม่มีพี่น้องที่ไหน มีเพียงตากับยาย ที่ดูแลมาตั้งแต่เล็กๆ ลุงเทืองจึงย้ายมาอยู่ที่บ้านป้าอร ช่วยดูแล สวน ไร่นา ปลูกผัก นำปลาไปขายที่ตลาด ตามประสา ฐานะ พออยู่ได้ ไม่เดือดร้อนอะไร

จนกระทั่ง ยายของป้าอร มาล้มป่วย ลุงเทืองจึงต้องช่วยหาเงินมารักษา ซึ่งแกคิดว่า แค่หาผัก หาปลา ขาย เงินคงไม่พอแน่ จึงไปหางานทำที่ตลาด และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

แกเดินหางานในตลาด ซักพัก ก็มีป้าคนหนึ่ง มาเรียกแก บอกที่ร้านแกขาดคนงานพอดี สนใจไหม"สนใจจ๊ะป้า" ลุงเทือง ตอบไม่ลังเล ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าคืองานอะไร "มา...ตามป้ามา" ลุงเทืองจึงเดินตามแกไปฟังรายละเอียด

เดินตามไปสักพัก ก็ไปถึง "ร้านขายหมูสด" ซึ่งป้าคนนั้นเป็นเจ้าของร้าน รีบบอกตำแหน่งงานที่จะให้ลุงเทืองเข้ามาทำ นั่นก็คือ "คนเชือดหมู"

"เห็นหุ่นเองแล้ว ป้าอยากให้มาช่วยงานแทนคนเก่า คนเก่ามันป่วยบ่อย ไม่ยากหรอก ป้าจะให้ลุงมาสอนให้ ทำแค่ช่วงเช้ามืด เสร็จแล้ว ก็เอาหมูมาส่งป้า ป้าจะมาขายต่อเองที่ตลาด"

เมื่อลุงเทือง ได้ยินว่า ทำแค่ช่วงเช้ามืด แกคิดว่า ช่วงสายๆ แกก็ไปทำงานอย่างอื่นต่อได้ แกจึงตกลงรับทำงาน และเริ่มในคืนนั้นทันที...

ตี1 แกเดินทางมาที่บ้านป้าเจ้าของร้าน ซึ่งลุงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นลุงพาแกขึ้นรถ ไปรับหมูที่คอก ตามที่นัดหมายกันไว้ วันแรกของลุงเทือง แกไปรับหมูถึง 10 ตัว

ระหว่างที่นำหมู มาที่โรงเชือด ใจแกก็เต้นแรง ด้วยเพราะยังไม่เคยทำ อีกใจก็กลัวบาปกลัวกรรม แต่ด้วยใจคิดอยากจะช่วยหาเงินมารักษายายของภรรยา แกจึงต้องทำงานอะไรก็ได้ไปก่อน

ครั้งพอมาถึงโรงเชือด ได้เจอกับ "ทิดชาย" ซึ่งเป็นคนเชือดอีกคน ต้มน้ำในกระทะใบใหญ่ ขนาดพอที่จะเอาหมูลงไปได้ทั้งตัว มารอไว้ก่อนแล้ว ทิดชายเปิดท้ายปิคอัพ ทยอยนำหมูลงมาทีละ 3 ตัว ใส่ไว้ในคอกกั้น น่าจะกว้างยาว ประมาณ 5x5 เมตร และเริ่มการเชือดทันที!

ลุงหันมาบอก "ตัวแรกข้ากับทิดชาย จะทำให้ดู ตัวต่อไป เองค่อยมาช่วยแล้วกัน"

ทิดชายไม่รอช้า นำ "ไม้ตำข้าว" เดินถือเข้าไปในคอก แล้วรอจังหวะให้หมูเดินผ่าน เมื่อหมูเดินเข้ามาได้จังหวะ ทิดชายหวดไม้ตำข้าว ไปที่บริเวณหน้าผากหมูทันที!

หมูร้องดิ้นด้วยความเจ็บปวด ทิดชาย รีบหวดต่อไปอีก 2-3 ครั้ง จนหมูเริ่มแน่นิ่ง จากนั้นจึงนำมีดมาแทงที่คอ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดใส่กาละมัง เมื่อเลือดหมด จึงยกหมูทั้งตัวลงหม้อ ลวกหนัง และขูดขนออกทั้งตัวให้ขาวสะอาด และนำตะขอเกี่ยวที่ขาหลังทั้ง 2 ข้าง ยกหมูขึ้นคล้ายกับการกางแขน นำมีดผ่าครึ่งและ นำเครื่องในออก ผ่ากลางเป็น 2ส่วน รอแยกชิ้นส่วนต่อไป

จากนั้น ถึงคิวของลุงเทือง ตัวแรก ยังเก้ๆ กังๆ ตัวต่อไป คล่องแคล่วขึ้น แกต้องฆ่าหมูวันละ 10 ตัวทุกวัน เว้นวันพระ แกทำอาชีพนี้ได้ 2 ปี เริ่มเห็นช่องทาง ด้วยมีหัวทางการค้าเป็นทุนเดิม จึงขอแยกตัว มาเปิดร้านขายหมูเอง ไม่นานแกก็เป็นคนมีฐานะ ซื้อบ้าน ซื้อที่ดินเพิ่ม ครอบครัวมีความสุขดี จนแกลืมความเจ็บปวดของหมูที่แกฆ่าทุกวันไปแล้ว

วันหนึ่งขณะที่ลุงเทืองขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังจากไปซื้อของกับป้าอร อยู่ๆ แขนขวาของแกเกิดอาการชา ขึ้นมาดื้อๆ จนกระทั่งแกไม่สามารถบังคับรถได้ รถจักรยานยนต์เสียหลักลุงเทืองล้มลงกับพื้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หน้าผากของแกฟาดเข้าไปที่ท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่ตกอยู่ข้างทางอย่างแรง ท่อนไม้นั้นมีขนาดพอๆกับไม้ตำข้าวที่ใช้ตีหมู แกดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด เลือดอาบหน้า แขนขวาก็ไม่มีแรง ป้าอรที่ล้มไปกับแก แต่บาดเจ็บไม่มากนัก ตะโกนร้องให้คนช่วย กลัวลุงเทืองจะเป็นอะไรมาก ไม่นานเจอพลเมืองดี เข้ามาช่วยส่งโรงพยาบาล

ระหว่างทางไปโรงพยาบาลแกร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด คล้ายกับหมูที่ถูกแกตี หลังจากที่หมอช่วยรักษาแผลที่หน้าผากแล้ว อาการชา ของลุงเทืองได้ลุกลามเพิ่มมากขึ้น ปากแกเริ่มเบี้ยว ชาจนพูดไม่ได้ หมอบอกว่า แกเป็นอัมพาต รักษาอยู่นานหลายปี ทรัพย์สินที่เคยสร้างตัวจากการขายหมู ก็ถูกขายออกไป เพื่อนำเงินมารักษา ที่ไหนที่ว่าดี ช่วยได้ ป้าอรพาลุงเทืองไปรักษาทั้งหมด จนเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่อาการไม่ดีขึ้น แกทุกข์ทรมานอยู่หลายปี จนเริ่มกินข้าวไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานแกก็สิ้นใจ

หรือนี่จะเป็นผลกรรมของแกที่ได้รับ เริ่มจากแขนขวา ข้างที่แกใช้ฆ่าหมู มีอาการชา รถล้มหน้าผากกระแทกท่อนไม้ บริเวณเดียวกันกับที่แกใช้ไม้ตำข้าวฟาดไปที่หน้าผากหมู ฟังดูแล้วเหมือนจะไม่รุนแรงมากนัก แต่ด้วยเหตุอะไรไม่ทราบแกถึงได้มีอาการหนักขนาดนั้น

ใครทำอย่างไร ได้อย่างนั้น "ทัณฑ์...มาทัน" เห็นกันในชาตินี้จริงๆ

(อ่านในทิศทางบันเทิงเสมือนเป็นนิยายเรื่องหนึ่งควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน)พูดคุยติชมแลกเปลี่ยนกันได้ที่twitter : LungTuiหรือติดตามกันในเฟซบุ๊กFacebook : เรื่องหลอนซอย8

ผู้ช่วยบรรณาธิการออนไลน์ เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม หลงใหลในสิ่งลี้ลับ แสวงหา-สะสมพระเครื่อง ชื่นชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ ศรัทธาในพุทธศาสนา

บทความล่าสุด

192.168.52.214