Search

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

กระแสนิยมช็อปปิ้งออนไลน์ เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ สังเกตุได้จากห้างร้านต่างประเทศประกาศปิดตัวลงมากมาย ส่วนในประเทศไทย ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ชื่อดัง รวมถึงแบรนด์สินค้าชั้นนำ เริ่มหันมาทำการตลาดออนไลน์กันมากขึ้น

เพราะพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไป เริ่มนิมยมซื้อของผ่านโลกออนไลน์ เพราะสะดวกไม่ต้องเดินทาง แถมบางทีราคาถูกกว่าซื้อที่ร้าน โดยการซื้อสินค้าออนไลน์ มักนิยมซื้อผ่านโซเชียลมีเดียเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง Facebook , IG , Line , website

แม้สัดส่วนยอดซื้อขายออนไลน์จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า การซื้อสินค้าลดราคา หรือ Sale ในรูปแบบเดิมตามห้างร้านก็ยังได้รับความนิยม จึงมีแม่ค้า/พ่อค้าหัวใส นำโลกออนไลน์และออฟไลน์ เข้ามาเชื่อมต่อกัน เป็นอาชีพใหม่ "รับจ้างช็อปปิ้ง"

อาชีพ "รับจ้างช็อปปิ้ง " เป็นการเชื่อมต่อระบบการซื้อขายแบบ offline หรือที่เรารู้จักกันแบบซื้อขายตามห้างร้านค้าทั่วไป มาสู่กลุ่มเป้าหมาย คือลูกค้าที่อยู่ในโลกออนไลน์ โดยได้รับค่าจ้างเป็น "ค่าหิ้วสินค้า" ซึ่งในท้องตลาดมักคิดในอัตราค่าหิ้ว สินค้า 1 ชิ้น มีค่าหิ้ว 100 บาท

ซึ่งราคานี้ ยังไม่รวมค่าส่งพัสดุไปรษณีให้ลูกค้า ซึ่งหมวยจะขอเล่าจากการใช้บริการจริงของหมวย

ตอนแรกหมวยสงสัยว่า คนทำอาชีพนี้คงจะได้เงินไม่มาก เพราะค่ารับจ้างหิ้วของชิ้นละร้อยเดียว รวมกัน สิบชิ้นก็แค่พันเดียว จะคุ้มหรอ?

แต่พอได้ลองใช้บริการแล้วพบว่า จำนวนคนใช้บริการรับจ้างช็อปปิ้งมีจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นพนักงานวัยทำงานที่มีเงินแต่ไม่มีเวลาไปซื้อของ บางส่วนเป็นเศรษฐีต่างจังหวัด ที่ไม่สะดวกเดินทางมางาน sale สินค้าชั้นนำใน กทม.

จึงทำให้อาชีพนี้เติบโตอย่างมาก บางคนสามารถทำเงินได้มากกว่าเดือนละ 100,000 บาท

โดยขั้นตอนการทำอาชีพ รับจ้างช็อปปิ้ง คือ1.เปิดร้านค้านำเสนอรูปสินค้างาน Sale ผ่าน IG

2.ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่สนใจ คือ สาวๆ ที่ช็อปช็อปปิ้งสินค้า sale แต่ไม่มีเวลาไปซื้อเอง , กลุ่มขาช็อปฐานะดีที่อยู่ต่างจังหวัด ทำการแอดไลน์ร้านค้า แล้วแอดเข้ากลุ่ม Line รับจ้างช็อปปิ้ง

3.ถ่ายรูปสินค้าในงาน Sale ลงในไลน์กรุ๊ป พร้อมระบุรุ่นและราคา โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นสินค้าเสื้อผ้าแบรนด์เนมไทย ที่ราคาสินค้าลดราคาจากหลักหมื่น เหลือเพียงหลักพัน

4.เมื่อลูกค้าเลือกสินค้าแล้ว ทำการโอนเงินให้ร้านรับจ้างช็อปปิ้ง ทางร้านจึงไปจ่ายเงินค่าสินค้า

5.นำสินค้ามาแพ็กส่งไปรษณีปลายทาง โดยคิดค่าส่งแยกกับค่าหิ้ว

จากประสบการณ์ใช้งานจริงของหมวย พบว่า บางร้านค้ามีกลุ่มไลน์หลายห้อง ซึ่งแปลว่ามีลูกค้าอยู่ในมือหลักพันคน ส่วนใหญ่เป็นคนที่ชอบช็อปปิ้ง ในแต่ละเดือนผู้รับจ้างช็อปปิ้งไปงาน Sale สินค้าไม่เกิน 10 งาน ในแต่ละครั้งจะมีคนฝากหิ้วไม่ต่ำกว่า 100 ตัว คิดเป็นค่าหิ้วต่อครั้งหลักหมื่นบาท

บางงานที่สินค้า sale มากๆ จากประสบการณ์ที่หมวยเคยใช้บริการอยู่ในห้องไลน์ พบว่าร้านรับหิ้วได้สูงสุดมากกว่า 500 ตัวต่อครั้ง คิดเป็นเงินสูงถึงห้าหมื่นบาทต่อครั้ง

ถือเป็นอาชีพใหม่ที่น่าสนใจ แต่หมวยมองว่ามีทั้งข้อดี และข้อเสีย

ข้อดีคือ สามารถหาเงินได้จำนวนมาก ทำงานน้อยวันแต่มีโอกาสทำเงินได้หลักแสนต่อเดือนหากมีลูกค้าในมือมากพอ เมื่อซื้อสินค้าจำนวนมากบ่อยๆ ก็มีอำนาจต่อรองกับร้านค้า สามารถขอส่วนลดราคาสินค้าได้เพิ่ม แถมสินค้าที่ซื้อมีมูลค่าต่อชิ้นสูง คิดเป็นวงเงินในการซื้อแต่ละครั้ง หลักหมื่นหลักแสน เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิต ถือเป็นการสะสมแต้มไปในตัว เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ส่วนข้อเสีย ของอาชีพรับจ้างช็อปปิ้งก็คือ อาชีพนี้ไม่ยั่งยืน ไม่รู้ว่าหากในอนาคตร้านค้าขายสินค้า sale ผ่านออนไลน์มากขึ้น คนจะหันไปซื้อทางออนไลน์แทนฝากหิ้วไหม รวมถึงเทศกาล Sale สินค้ามักมีเป็นช่วงๆ ไม่ได้มีตลอดทั้งปี ทำให้การทำงานไม่แน่นอน รายได้ก็ไม่แน่นอนตาม..

ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวี รอบรู้เรื่อง หุ้น และ เจ้าของแฟนเพจเฟสหุ้น "รู้ทันหุ้นบ่าย"

บทความล่าสุด

192.168.52.212