Search

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

10 กว่าปีที่เดินทางมา ในที่สุดก็เดินทางมาสู่บทที่ 5 ของภาพยนตร์ในแฟรนไซส์ TRANSFORMERS กับภาพยนตร์ภาคใหม่ของหนังชุดนี้กับ "TRANSFORMERS : THE LAST KNIGHT" หรือในชื่อภาษาไทยว่า "ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : อัศวินรุ่นสุดท้าย"


ภาพยนตร์ในภาคนี้ว่าด้วยเรื่องราวของ ออพติมัส ไพรม์ที่กำลังกลับไปยังดาวบ้านเกิด ไซเบอร์ตรอน และพบว่าดาวของตนเองได้ถูกทำลายลงซึ่งเขานั้นก็มีส่วนที่ทำให้ดาวถูกทำลายด้วยเพื่อจะทำให้ดาวของเขากลับมาเป็นปกติสุขได้นั้น



ออพติมัส ไพรม์ต้องตามหาวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโลกมนุษย์ และวัตถุที่ว่านั้นก็เกี่ยวโยงไปถึง"เมอร์ลิน" พ่อมดในตำนานสมัยกษัตริย์อาเธอร์ด้วย แต่ออพติมัสพลาดท่า จนถูก "ผู้สร้าง"ทำให้กลายเป็นศัตรูของเหล่ามนุษย์ไป


 


เรื่องราวพยายามที่จะผสมผสานไซไฟแอ็คชั่น ที่แต่เดิมแฟรนไซส์ชุดนี้ทำมาตลอด เข้ากับแฟนตาซี เรื่องเล่าในตำนานที่ทำให้จักรวาลของ TRANSFORMERS ไปได้ไกลขึ้นซึ่งในช่วงครึ่งเรื่องแรก สามารถเล่าเรื่องราวได้ดีชวนอยากให้เราติดตามต่อไปจนจบเรื่อง แต่กลายเป็นว่า ครึ่งหลัง กลับไปขายงานภาพแทนเนื้อเรื่องที่วางไว้ก็ถูกทิ้งกันไปแบบดื้อๆ เหมือนพยายามยำๆขวดปมทุกอย่างให้มันจบ



และขายแค่
Action พอ ซึ่งเป็นอะไรที่เสียดายมากจริงๆในส่วนของการเล่าเรื่อง มาอย่างดี แต่กลับกลายเป็นว่าอยากจะทิ้งก็ทิ้งไปซะอย่างงั้น และยังเป็นการบ่งบอกด้วยว่าหนังชุดนี้ใกล้ถึงทางตันเข้าไปทุกที แม้จะรวมมือเขียนบทกว่า 14 คนมาจับขังเอาไว้ในห้องเดียวกันก็ตาม

 



ภาคนี้มีการนำตัวละครเก่ากลับมามีบทบาทอีกครั้งหลังจากที่ภาค 4 โละออกไปหมดเลยซึ่งก็ทำให้เรานึกถึงความหลังเก่ากับตัวละครเหล่านี้ด้วยเช่นกันนึกถึงวัยเด็กที่เราผ่านมากับเหล่าตัวละครเหล่านี้ แล้วพอหายไปก็เหมือนขาดอะไรบางอย่างแต่พอพวกเขากลับมาก็ทำให้ตัวหนังมีสีสันขึ้นมาพอตัวเลย

 

ภาพยนตร์ยังมีการปูเรื่องทิ้งไว้เพื่อเดินเรื่องราวไปยังภาคแยกของตัวละคร "Bumblebee" ที่จะเข้าฉายในเดือนมิถุนายนปีหน้าซึ่งก็ทิ้งเรื่องราวเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด บอกกันตรงๆ เลยว่าเราจะทำหนังของตัวละครนี้นะ คุณเตรียมตัวรอดูเอาไว้ได้เลยก็เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยที่ทิ้งเอาไว้และก็ยังทิ้งเรื่องราวในตอนจบของหนัง ช่วง Mid-Credit ซึ่งบอกให้เรารู้ว่า ภาคต่อไปภาคที่ 6 เหล่า TRANSFORMERSจะต้องเตรียมพบกับศัตรูฉกาจที่สุดของแฟรนไซส์ชุดนี้

 



ก็ต้องยอมรับว่า
Action ช่วงท้ายสนุกและอลังการจริงๆส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่ผู้กำกับ ไมเคิล เบย์ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการถ่ายทำซึ่งก็คือ IMAX 3D Camera ทำให้ได้อัตราส่วนของภาพที่ใหญ่กว่าปกติและมีโรงฉายเฉพาะของตัวเองก็คือ โรงภาพยนตร์ IMAX จึงทำให้งานภาพและ Action ยิ่งใหญ่ขึ้นพอที่จะมาทดแทนเนื้อเรื่องที่ถูกยำทิ้งไปในตอนท้ายได้บ้าง




ถ้าดูในระบบปกติอรรถรสก็จะหายไปเกินครึ่งเลย ต้องขอบอกว่า เป็นหนัง Popcorn ดูฆ่าเวลาได้เพลินๆ จริงๆและถ้าอยากจะให้ได้อรรถรสเต็มที่ก็ควรที่จะรับชม "TRANSFORMERS : THE LAST KNIGHT" เข้าฉายแล้ว วันนี้ ในโรงภาพยนตร์และพบกับความยิ่งใหญ่กว่าได้เฉพาะในระบบ IMAX 3D เท่านั้น"


อัพเดทความเคลื่อนไหวภาพยนตร์กับเราได้ที่ facebook.com/SenseOnFilms/

ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ติดตามความเคลื่อนไหวในโลกภาพยนตร์ทุกฝีก้าว อยากให้ทุกคนได้รับอรรถรสการดูหนังและเข้าใจความเป็นไปของหนังมากยิ่งขึ้น

บทความล่าสุด

192.168.52.214