Search

วันพุธ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจประกันภัย ที่กำลังถูก disrupt และเข้าสู่ InsurTech ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้



 เพราะอัตราเร่งของการโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในปีนี้ และคาดว่าจะเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ของบุคคลและองค์กรที่เป็น mainstream ในอนาคตอันใกล้ และอาจจะมีบริษัทที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันจนทำให้บริษัท startup ในอุตสาหกรรมนี้ที่ผันตัวมาจากบริษัท cybersecurity ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เข้ามาครองตลาดแทนอย่างรวดเร็ว จนทำให้บริษัทประกันภัยรูปแบบเดิมๆ ต้องลาจากไป
สำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ หากถูกโจมตีโดยแฮกเกอร์แล้วจะทำให้เกิดความเสียหายทางการเงิน  ซึ่งเกิดผลเสียต่อบริษัทและต้องดำเนินการต่างๆ ทางกฎหมาย และการที่ธุรกิจประกันภัยมีผลิตภัณฑ์ในด้านการประกันภัยสำหรับอาชญากรรมไซเบอร์ ก็อาจจะเป็นการสร้างรายได้อย่างมหาศาล
การโจมตีคอมพิวเตอร์ เช่นการโจมตีระบบ Democratic National Committee และ Twitter Swastika Hack ยิ่งทำให้มีความต้องการในการป้องกันภัยคุกคามในโลกไซเบอร์มากขึ้น และบริษัทอย่างเช่น Allianz SE และ Beazley Plc ต่างก็กระตือรือร้นที่จะเข้ามาในบริการนี้ ซึ่งบริษัทผู้รับประกันภัยเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดนี้และคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 3 เท่าในอีก 4 ปีข้างหน้า 
Hartmut Mai ผู้บริหารด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับองค์กรของ Allianz กล่าวว่า การประกันภัยไซเบอร์สามารถพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์หลักของ Allianz ได้ และการประกันภัยไซเบอร์จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นได้ในอนาคต
สำหรับบริษัทประกันภัย ที่กำลังพยายามจะขยายตลาดนี้ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้า ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้น 1.3% ในปีหน้า โดยข้อมูลอ้างอิงจากผู้ทำประกันภัย Munich Re บริษัทคาดการณ์ว่าเบี้ยประกันภัยไซเบอร์จะเพิ่มขึ้นระหว่าง 8.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถึง 10 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2020 โดยขณะนี้ที่อยู่ที่ประมาณ 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอาจมาจากกฎระเบียบที่จะนำมาใช้ในปีหน้าโดยสหภาพยุโรปที่กำหนดให้บริษัทต้องรายงานการละเมิดทางไซเบอร์แก่หน่วยงานกำกับดูแลและบุคคลที่ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งปัจจุบัน Allianz ได้กำหนดเบี้ยประกันภัยไซเบอร์ เป็นจำนวนเงินหลักพันล้านยูโร และมีอัตราการเติบโต 28% ในปี 2016 โดยผลิตภัณฑ์อาจมีวิวัฒนาการไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดในอุตสาหกรรมเมื่อเปรียบเทียบกับการประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ของบริษัท ที่กลายเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกประมาณ 10 พันล้านยูโรจากเบี้ยประกันทั่วโลก (ประมาณ 11 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
ความเสี่ยงทางไซเบอร์ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยจากรายงานของ Verizon Communications Inc. พบว่า การจู่โจมทางไซเบอร์เกี่ยวข้องกับ ransomware ที่ซึ่งอาชญากรได้หันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายในการเข้ารหัสข้อมูลของผู้ใช้และเรียกเก็บเงินเพื่อยกเลิกการเข้ารหัสดังกล่าวโดยเกิดเพิ่มขึ้น 50% ในปี 2016 ซึ่งจากรายงานระบุว่าอาชญากรเปลี่ยนจากการโจมตีผู้บริโภครายย่อยเป็นการโจมตีองค์กรและธุรกิจที่มีช่องโหว่แทน 
หน่วยงานภาครัฐมักเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดย ransomware ตามมาด้วยธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ และบริการทางการเงิน (จากข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัย McAfee Inc. ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Verizon) ในขณะที่มีบริษัทมากมายที่ดำเนินการมาอย่างยาวนานเป็นสิบปีหรือเป็นร้อยปี ที่ต่างดำเนินการเรื่องความเสี่ยงจากไฟไหม้ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ และการโจรกรรมทรัพย์สินต่างๆ แต่เรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น และมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากความเสียหายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับบริษัทประกันภัย ซึ่งก็คือการกำหนดราคาเบี้ยประกันที่เหมาะสมให้ครอบคลุมขอบเขตความคุ้มครอง จากข้อมูลที่บริษัทประกันภัย Chubb Ltd. ได้จัดทำให้ลูกค้าที่แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่มีการเคลมประกันจากการที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีเครือข่ายของสถานศึกษา เพื่อขโมยข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลบัญชีจากคณาจารย์และนักศึกษาทั้งอดีตและปัจจุบันกว่า 20,000 คน ซึ่งการชดเชยจะรวมถึง การจ่ายค่าเสียหายให้แต่ละบุคคล และค่าประชาสัมพันธ์ ส่วนกรณีอื่นๆ เช่น ศูนย์ข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ถูกบังคับให้ปิดชั่วคราว และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ระบบถูกเข้ารหัสเพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นต้น
เมื่อเร็วๆ นี้มีการศึกษาโดยนักวิเคราะห์ความเสี่ยง จาก Risk Management Solutions Inc. ที่พบว่า "ถ้าธุรกิจในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดมีการทำประกันไซเบอร์ อุตสาหกรรมประกันภัยจะมีการขาดทุนกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ที่เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลเพียงอย่างเดียว ซึ่งการละเมิดข้อมูลถือเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดทุนของประกันภัยไซเบอร์"
ข้อกังวลประการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องไซเบอร์ในระดับโลก เช่น การโจมตีโดยไวรัสที่ร้ายแรง ที่แพร่กระจายจากเอเชียไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกาหรือผู้ให้บริการระบบคลาวด์ทั่วโลก  นาย Bantick แห่ง Beazley กล่าวว่า "ในขณะที่มีบริษัทจำนวนมากซื้อความคุ้มครองประกันภัยไซเบอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องการละเมิดข้อมูลเป็นสำคัญ แต่ลูกค้ากำลังมองหาโปรแกรมไซเบอร์ที่ครอบคลุมสิ่งที่เกิดขึ้นจากการละเมิดข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และการหยุดชะงักทางธุรกิจด้วย"
จากประสบการณ์ของ Leoni AG ถือเป็นบทเรียนของความเสี่ยงในโลกไซเบอร์ที่ซับซ้อน กล่าวคือบริษัทผู้ผลิตสายเคเบิลสัญชาติเยอรมันรายนี้ ต้องเสียเงินถึง 40 ล้านยูโร เมื่อมีผู้ปลอมแปลงใช้การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ปลอม เพื่อหลอกลวงให้ผู้บริหารมีการโอนเงินไปยังบัญชีต่างประเทศ แต่ในท้ายที่สุด Leoni ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 5 ล้านยูโร จากการทำประกันภัย และถึงแม้ว่าบริษัทจะมีการทำประกันภัยทางไซเบอร์เต็มรูปแบบอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากผู้กระทำความผิดไม่ได้จู่โจมระบบของบริษัท
เงื่อนไขต่างๆที่ยุ่งยากและซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากการโจมตีทางไซเบอร์ อาจทำให้บริษัทประกันภัยแบบดั้งเดิมไม่สามารถตัดสินใจเข้าสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เกี่ยวพันธ์กับโลกไซเบอร์ได้ เพราะขาดความรู้และความเชี่ยวชาญ จึงอาจทำให้บริษัทเหล่านั้น ถูกบริษัทรูปแบบใหม่ในแนว InsurTech เข้ามาครองตลาดแทน

Referencehttps://www.bloomberg.com/news/articles/2017-05-09/cyber-crime-fears-drive-growing-demand-for-anti-hacker-insurance


พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณรองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมwww.เศรษฐพงค์.comLINE id : @march4G

ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

บทความล่าสุด

192.168.52.212