Search

วันพุธ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ดีเอสไอเริ่มต้นสอบสวนบคดีคฤหาสน์รุกป่าพังงา ดีเอสไอรับบุกรุกสร้างคฤหาสน์หรู 2 หลังบนสันเขาป่าสงวนฯควนโต๊ะหลาเป็นคดีพิเศษ เตรียมเรียกผู้ครอบครองที่ดิน-เจ้าบ้านให้ปากคำพนักงานสอบสวน


กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 19 มิ.ย.60 พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีบุกรุกสร้างคฤหาสน์หรู 2 หลังบนสันเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และแหลมซำ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ของนักธุรกิจใหญ่ จ.ภูเก็ต โดยมีการตัดถนนคอนกรีตระยะทางกว่า 2.8 กิโลเมตร เพื่อใช้เดินทางเข้าบ้านพักว่า
 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้พิจารณาอนุมัติเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว เนื่องจากการตรวจสอบแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง 10 ปี พบว่ามีความผิดชัดเจนตามพ.ร.บ.ป่าไม้ เพราะมีการสร้างอาคารบ้านพักบนพื้นที่ลาดชันเกิน 45 องศา ซึ่งหลังจากรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ตนจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อลงไปรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแปลภาพถ่ายทางอากาศซึ่งจะต้องทำให้มีความละเอียดและชัดเจนมากขึ้น 
นอกจากนี้จะเรียกผู้ที่มีรายชื่อครอบครองบ้านพักหรูทั้ง 2 หลังมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ได้บ้านพักทั้ง 2 หลังมาอย่างไร หลังจากนี้ยังต้องมีการสอบปากคำพยานเป็นจำนวนมาก รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับชื่อผู้ครอบครองที่ดินบนภูเขาดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าใช้นอมินีเป็นผู้ถือครองแทนแต่จากการสอบปากคำผู้เฝ้าบ้านได้ระบุชัดเจนว่าเป็นใครเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง 
ดังนั้นใครก็ตามที่มีชื่อเป็นเจ้าของผู้ครอบครองบ้านก็จะถูกพนักงานสอบสวนเรียกเข้าให้ปากคำ และเมื่อมีการกระทำความผิดตามกฎหมายก็จะต้องเพิกถอนที่ดินคืนรัฐ เนื่องจากบนภูเขาไม่สามารถครอบครองสร้างบ้านพักหรืออาคารใดๆได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเรียกนายบุญชัย เบญจรงคกุล และอดีตภรรยา เข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ต้องเรียกทั้งผู้ที่มีรายชื่อครอบครองที่ดินและเจ้าบ้านเข้าให้ปากคำว่า ได้เอกสารสิทธิที่ดินมาได้อย่างไร และเข้าไปมีสิทธิในที่ดินได้อย่างไร 
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับคฤหาสน์หลังดังกล่าว มีเอกสารสิทธิ นส.ก.3 ก.เลขที่ 1281 เนื้อที่ 39 ไร่ ซึ่งออกโดยการเดินสำรวจในปี พ.ศ.2520 เศรษฐีชาวจังหวัดภูเก็ตคนหนึ่งเป็นผู้ครอบครอง ซึ่งบุคคลดังกล่าวเคยเป็นผู้ต้องหาของดีเอสไอ ในคดีบุกรุกที่ดินพื้นที่ บ้านย่าหมี ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา และบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงาต่อมาที่ดินแปลงดังกล่าวถูกแบ่งแยก ออกเป็นกว่า 10 แปลง
จากการตรวจสอบหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง พบว่าสภาพทั่วไปทางด้านตะวันออกของของพื้นที่มีความลาดชันมากกว่าตะวันตก ซึ่งความลาดชันของฝั่งตะวันออกของภูเขามีความลาดชั้นมากกว่า 45% ส่วนทางด้านตะวันตกมากกว่า 35 % ส่วนสภาพป่าใน ปี 2510 ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ เมื่อถึง ปี 2519 มีการแผ้วทางบางส่วนทางด้านทิศตะวันตก และมีการออกเอกสารสิทธิ์ทับเขตป่า เมื่อ ปี 2520 พบร่องรอยการปลูกยางพารา ปี 2542 มีการปรับพื้นที่เพื่อปลูกสร้างอาคาร และ ปลูกผลไม้เล็กน้อยที่ไม่ใช่ป่าธรรมชาติ ขณะเดียวกันป่าธรรมชาติก็ขึ้นในด้านที่มีความสูงชันมาก ต่อมาใน ปี 2545 มีการก่อสร้างสระว่ายน้ำภายในบ้านพัก และใน ปี 2559 มีการขยายถนนทางขึ้น

192.168.52.212