Search

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เรื่องแรกมาจากแดนอาทิตย์อุทัย สร้างจากเหตุการณ์จริงของทีมเชียร์แดนซ์ในเมืองฟุคุอิ ที่ไปคว้าแชมป์การแข่งขันระดับโลกที่สหรัฐอเมริกา หนังมาตามสูตรของพล็อตแบบ Success เป๊ะๆ

แต่ที่น่าสนใจคือ คนทำหนังไม่พยายามปรุงแต่งใดใดในเชิงเทคนิค เพื่อการโน้มน้าวเร้าอารมณ์ร่วมไปกับตัวละคร (แต่หนังก็ยังสนุกอยู่ดี) ใช้เพียงพื้นฐานง่ายๆ ธรรมดาๆขององค์ประกอบในการทำหนังคือ บท การแสดง และตัดต่อ...

บทของ "Lets Go Jets เชียร์เกิร์ล เชียร์เธอ" หาได้มีความซับซ้อนหรือเล่าเรื่องซ้อนทับกันหลายเลเยอร์ หากแต่พาตัวละครหลักๆไม่กี่คนดำเนินเรื่องราวไปตรงๆง่ายๆ ไม่สร้างปมปัญหา หรือปูที่มาที่ไปให้มากความนัก และไม่กระทั่งจะเสียเวลาไปกับตัวละครสมทบอื่นๆที่ไม่สำคัญ เติมมุกตลกระหว่างฉากบ้างเพื่อสร้างสีสันไม่ให้น่าเบื่อเกินไป

บทของ Lets Go Jets จึงเป็นการเดินหน้าพาคนดูมุ่งไปสู่วิธีการฝึกซ้อม ฝึกฝนเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะของเด็กสาวเหล่านั้นซะมากกว่า(อาจมีเรื่องวุ่นๆของวัยรุ่นแทรกอยู่บ้างตามประสา ทั้งรักในวัยเรียน ชิงดีชิงเด่น เรื่องปัญหาหรือความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกเล็กๆน้อยๆ)

ส่วนงานโปรดักชั่นก็ทำหน้าที่เพียงแค่บันทึกภาพความวัยเยาว์ของเด็กนักเรียนสาวๆวัยพรีทีนอย่างตรงไปตรงมา ปล่อยให้พวกเธอแสดงอย่างเป็นอิสระ(ตามบทที่กำกับไว้)และเป็นธรรมชาติของเด็กวัยนี้ โดยไม่พยายามแต่งแต้มจริตจก้านเกินวัย เกินงามให้เป็นที่รำคาญตาจุกจิกใจ

ที่สำคัญเด็กเหล่านั้นก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่บกพร่อง อีกทั้งจังหวะตัดต่อก็ลงตัว ถึงจะไม่หวือหวาเล่นกับกราฟฟิคเก๋ๆหรือเพิ่มเทคนิคด้านเสียงประกอบลงไป แบบที่หนังวัยรุ่นหลายๆ เรื่องชอบทำกัน เป็นแค่เรียงคัทง่ายๆ ทำหน้าที่ร้อยเชื่อมเรื่องราวในแต่ละฉากให้สอดคล้องกันไป

จะมีลูกเล่นมากหน่อยก็ในฉากโชว์ระหว่างการแข่งขันเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ออกมา Lets Go Jets จึงเป็นหนังกีฬาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของตัวละครอย่างมหาศาล ที่แทบจะแยกไม่ออกเลือกไม่ถูกว่าจะรักตัวละครไหนมากกว่ากัน

นอกจากเอาใจช่วยและสนุกไปกับความตั้งใจในภารกิจสำคัญของพวกเธอ แต่จับตาดูตัวละคร ฮิคาริที่รับบทโดยฮิโรเสะซึสึให้ดีการแสดงและความน่ารักสดใสอันเปล่งประกายของเธอ น่าจะส่งผลให้สาวน้อยคนนี้กลายเป็นนักแสดงฝีมือดีระดับซูเปอร์สตาร์ในไม่ช้า

หนังวัยรุ่นอีกเรื่องที่แนะนำให้ทั้งวัยรุ่นและคนที่เลยวัยรุ่นไปแล้วหาเวลาแวะไปดูกันคือ "Before I Fall ตื่นมาทุกวันฉันตาย" ได้ยินชื่ออาจจะฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วนี่คือหนัง Coming of Age ที่พาตัวละครก้าวพ้นวัยไปสู่การเติบโตทางวุฒิภาวะได้อย่างน่าสนใจ

พล็อตมีอยู่นิดเดียวแค่เล่าถึงเด็กสาวคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กับกลุ่มเพื่อน แต่กลับตื่นมาเจอเหตุการณ์เดิมๆเหมือนกันทุกๆวัน ด้วยวัยรุ่น วัยแห่งความคึกคะนองอยากรู้อยากเห็น เธอก็เลยลองเปลี่ยนพฤติกรรม และทำอะไรใหม่ๆในวันที่เดี๋ยวก็ต้องวนกลับมาอีกดูบ้าง

สุดท้ายสิ่งที่เธอทำ จึงกลายเป็นการสำรวจชีวิตและผู้คนรอบตัว เปลี่ยนแปลงทัศนคติไปสู่วิธีคิดใหม่ๆที่มีต่อโลกและสังคม Before I Fall จึงเป็นหนังวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของเรื่องราวระหว่างทางที่พบเจอผู้คนของตัวละคร

มากกว่าจะให้คนดูลุ้นตอนจบว่าชีวิตเธอจะลงเอยอย่างไร คล้ายกับจะบอกว่าชีวิตแต่ละช่วงวัยเราควรเรียนรู้อะไร มากกว่าจะลงเอยหรือพาตัวเองไปสู่เส้นทางแบบไหน เป็นหนังที่อาจไม่ได้เน้นให้รู้จักคุณค่าของชีวิต

หากแต่แนะว่าควรใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างไรให้รู้จักคุณค่าของผู้คนรอบข้าง แม้บทหนัง Before I Fall จะว่าด้วยไทม์ลูปของเวลา แต่งานสร้างก็ไม่ได้ตัดภาพซ้ำๆที่เกิดขึ้นเหมือนกันทุกวันแบบที่ตัวละครซาแมนธาเจอ

แม้เธอจะตื่นมาเจอเหตุการณ์เดิมๆทุกวัน แต่หนังก็เปลี่ยนรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละวันในเกือบทุกฉาก โดยคงบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของฉากหลักๆไว้เหมือนเดิม

ฉากที่บ้าน โรงเรียน และงานปาร์ตี้ (ซึ่งต้องชมความสามารถของผู้กำกับหญิง ไร รุสโซ ยัง ที่แม่นในการวางไดเรคชั่นได้เหมือนเดิมเปี๊ยบ ทุกครั้งที่นำมาเล่าใหม่ ในเหตุการณ์เดิมที่เปลี่ยนรายละเอียดแต่ละครั้งที่ตัวละครกลับมา)

อีกทั้งฉายภาพเด็กสาววัยรุ่นได้อย่างหลากหลายมิติ เพราะมีตัวละครที่ทั้งสวยหวาน หญิงร้าย ซ่าแก่นเซี้ยว กระทั่งเด็กเนิร์ด หรือคนที่มีปัญหากับเพศสภาพ ก็ทำได้ออกมาน่าสนใจ เป็นหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชน ที่ถอดความ เก็บประเด็นออกมาจากต้นฉบับได้อย่างน่าชื่นชม

ถ้าวัยรุ่นคือกำลังซื้อสำคัญในธุรกิจหนังบ้านเรา ถือว่าพวกเขาโชคดีที่หลายสัปดาห์ติดต่อกันมานี้ มีหนังดีๆที่ไม่ได้เล่าแค่เรื่องข้องเกี่ยวกับวัยของพวกเขา หากแต่แทรกประเด็นชวนคิดให้ได้เก็บไว้เป็นหัวข้อสนทนาในกลุ่มเพื่อน

หรือจะดีกว่าถ้ามันจะเป็นแรงบันดาลใจ หรือเปิดวิสัยทัศน์ในชีวิตของพวกเขาให้สว่างไสวขึ้นมาบ้าง

อดีตบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ผู้รักการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือและเดินทางท่องเที่ยว ผ่านงานเบื้องหลังมามากมายทั้งโปรดิวเซอร์รายการ และผู้กำกับละครโทรทัศน์ จะมาร่วมแบ่งปันหนังที่ชอบ เพลงที่รัก หนังสือที่น่าอ่าน และเรื่องราวดีๆที่ได้จากการเดินทาง

บทความล่าสุด

192.168.52.216