Search

วันจันทร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

การตื่นตัวกระแสพืชเศรษฐกิจเพื่อป้อนภาคอุตสาหกรรม ทำให้พืชเศรษฐกิจประจำถิ่นถูกคุกคาม อย่าง "เท้ายายม่อม"ที่บรรพบุรุษนิยมนำมาทำแป้ง และเอามาทำเป็นยาสามัญประจำบ้านรักษาได้หลายโรค กลายเป็นพืชกลายสูญพันธุ์


นี่เองจึงทำให้ ผู้ใหญ่บ้านสาวแห่งหมู่ 7 ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี "ศรีวรรณ จิตจินดา" รวมกลุ่มชาวบ้านหันมาปลูกต้น "เท้ายายม่อม" เพื่อผลิตแป้ง ขายได้ราคา กิโลกรัมละถึง 400 บาท ปรากฏว่า มีออเดอร์จำนวนมากจนผลิตไม่ทันขาย
ศรีวรรณ ในฐานะประธานศูนย์อนุรักษ์เท้ายายม่อม เล่าวว่า เท้ายายม่อมเป็นพืชเศรษฐกิจประจำถิ่น ปลูกและฝนเป็นแป้งมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า เป็นตำนานของคนชลบุรี สามารถปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นที่ใต้ร่มเงารำไร เช่น มะม่วง ลำไย มะพร้าว ขนุน เป็นต้น
ถือเป็นพืชพันธุ์พื้นบ้านที่มีความต้านทานโรค ไม่ต้องการการบำรุงอะไรเป็นพิเศษ เพียงใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 ทำให้ผลผลิตงดงามแล้ว แต่ที่ผ่านมาพื้นที่ปลูกดั่งเดิม กลายเป็นชุมชนเมือง ทำให้พื้นที่ปลูกน้อยลงจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
"ฉันเห็นปัญหา จึงรวบรวมชาวบ้านตั้งกลุ่มศูนย์อนุรักษ์เท้ายายม่อมขึ้นมา ตอนนี้ มีสมาชิก 50 คน แต่ปลูกเพียง 20 คน พื้นที่รวม 20 ไร่เท่านั้น เราจะปลูกเดือนพฤษภาคมเก็บเกี่ยวเดือนธันวาคม-มกราคม

ตอนนี้กลุ่มทำหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและรวบรวม พร้อมรับซื้อผลสดกิโลกรัมละ 80 บาท นำไปแปรรูปเป็นแป้งขายราคา กิโลกรัมละ 300 400 บาท ตอนนี้ผู้ซื้อต้องสั่งจองล่วงหน้าแล้ว คาดว่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ประธานศูนย์อนุรักษ์เท้ายายม่อม บอกด้วยว่า คุณสมบัติของแป้งเท้ายายม่อมคือ มีความละเอียดมาก มีสีขาว ใสและคงรูปไม่เหลวแตกต่างจากแป้งชนิดอื่นจนสัมผัสและสังเกตุได้
ขณะเดียวกันยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร บำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ช่วยทำให้จิตใจชุ่มชื่นอารมณ์ดี ช่วยผู้ป่วยฟื้นไข้เร็วขึ้นทำให้เจริญอาหาร แก้ร้อนใน ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งนักโภชนบำบัดสมัยใหม่ระบุว่าแป้งเท้ายายม่อมมีคุณสมบัติที่เหมาะกับระบบทางเดินอาหารมากที่สุด

ปัจจุบันมีหน่วยงานนำแป้งเท้ายายม่อมไปทำการวิจัยทำเครื่องสำอาง อาหารเสริม และอื่นๆ การทำแป้งเท้ายายม่อมนั้น จะนำหัวไปล้างให้สะอาด ปลอกเปลือกแล้วฝนด้วยหนังปลากระเบนหรือแผ่นสังกะสีเจาะรูเพื่อให้ได้เนื้อแป้งที่ละเอียด
จากนั้นนำเนื้อไปคั้นน้ำแบบคั้นกะทิ ใช้ผ้าขาวบางกรองกาก ปล่อยแป้งตกตะกอน เทน้ำออก ทำซ้ำ 5-7 รอบจนน้ำใส จากนั้นนำไปผึ่งแดดจนแห้งสนิทจึงนำไปใช้ หัวเท้ายายม่อม 10 กิโลกรัมจะได้แป้ง 2.2 กิโลกรัม
ด้าน ปิยากร นวลแก้ว หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ตระหนักและห่วงกังวลถึงปัญหาพันธุ์พืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ ตามบทบาทด้านการอนุรักษ์ การฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์จากรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการเกษตร อย่างต้น
"เท้ายายม่อม" ซึ่งเป็นพืชใช้ทำแป้งชนิดหนึ่งที่เคยขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทยโดยเฉพาะ จ.ชลบุรี
เท้ายายม่อม เป็นพืชล้มลุกอายุยืน ไม่มีลำต้น เหง้าใต้ดินเป็นหัว กลมแบนหรือรีกว้าง เปลือกหัวบาง ผิวเรียบ เมื่ออ่อนสีขาว แก่แล้วเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาล เนื้อหัวสีขาว ฉ่ำน้ำเล็กน้อย

ดอกสีเหลืองหรือเขียวแกมม่วงเข้ม ผลสีส้ม มีเมล็ดมาก เมล็ดแบน เนื้อผลฝาดๆ หัวสดรับประทานไม่ได้มีรสขมมีพิษ หัวอ่อนรสขมมากกว่าหัวแก่ แต่สามารถสกัดแป้งมาใช้ประโยชน์ได้ แป้งที่ได้ใช้ทำขนมและอาหารได้หลายชนิด เช่น ช่อม่วง ไดฟุกุ เต้าส่วน ออส่วน ฯลฯ
ใบรับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก ก้านใบและก้านดอกให้เส้นใยใช้ทำหมวกและอุปกรณ์ตกเบ็ด หัวและแป้งใช้รักษาโรค ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยมันสำปะหลัง
ด้วย "ต้นเท้ายายม่อม"เป็นพืชที่ใกล้สูญหายไปจากชุมชนและเป็นพืชที่นำมาทำแป้งที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่นำไปทำอาหารประจำถิ่นอันเป็นภูมิปัญญาเดิมที่ควรสืบทอดและคนในชุมชนก็เห็นความสำคัญและปรารถนาที่จะอนุรักษ์เพื่อสืบทอดภูมิปัญญา
สภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรีจึงร่วมส่งเสริมให้มีการขยายพันธุ์และพื้นที่ปลูกโดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มอนุรักษ์เท้ายายม่อมและประสานหน่วยงานทำการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาคุณสมบัติเฉพาะและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน
นับเป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่ง ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถปลูกแซมในสวนไม้ยืนต้น เนื่องชอบแดดรำไร ที่สำคัญตลาดต้องการสูงด้วย สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรี โทร.0-3828-6878

หัวหน้าข่าวภูมิภาคและ บก.ข่าวเกษตร นสพ.คมชักลึก รับผิดชอบ ข่าวเกษตร/ ทำมหากิน, สัตว์เลี้ยง และ sme ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย

บทความล่าสุด

192.168.52.213