Search

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

นับเป็นคดีสะเทือนขวัญชาวขอนแก่นและผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก สำหรับ คดีฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม" หรือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ แล้วนำศพไปฝังเป็นการปิดบังอำพรางคดี แต่สวรรค์ไม่เป็นใจกับคนชั่ว กับพฤติกรรมของฆาตกร

คดีนี้ตกเป็นข่าวดังทันที เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน จากนั้นมือฆ่าได้นำศพฝังดิน ขณะนั้นยังไม่มีใครทราบว่าผู้ตายคือใคร

ต่อมาตำรวจได้สืบสวน ทราบว่า ผู้ตายคือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 23 ปี เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น เบื้องต้นหลังพบศพตำรวจตั้งปมในการสังหารไว้คือ ขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว รวมไปถึงลวงฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้าย และเมื่อทำการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการกดเงินออกจากบัญชี โดยมีสาวทอมชื่อน้ำฝน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเป็นคนไปส่ง

ตำรวจเรียกตัวน้ำฝนเข้าให้ปากคำ น้ำฝนยอมรับว่า พาน้องแอ๋มไปกดเงินที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 23 พ.ค.60 จากนั้นได้พาน้องแอ๋มไปส่งที่หน้าปากซอยหอพัก ส่วนตนก็กลับหอพักตัวเอง และเมื่อตนถึงห้องก็วิดีโอคอลคุยกับผู้ตาย ขณะวิดีโอคอลคุยกันนั้น น้องแอ๋มอยู่ด้านล่างหอพัก และขาดการติดต่อนับแต่นั้น ตนมาทราบข่าวว่าน้องแอ๋มเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยมีน้องชายทักแชทผ่านเฟซบุ๊กมาบอก สำหรับการคบหากับแอ๋มนั้น น้ำฝนระบุว่า รู้จักกันประมาณ 1 อาทิตย์เท่านั้น โดยเป็นการรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก พบกันประมาณ 3-4 ครั้ง

ตำรวจยังได้เรียกตัวป๊อปปี้ ทอมเพื่อนสนิทอีกคนของน้องแอ๋มมาสอบปากคำ เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่น้องแอ๋มสนิทด้วย อีกทั้ง...ทั้งคู่ยังพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ป๊อปปี้ระบุว่า ตนติดต่อน้องแอ๋มได้ครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 06.22 วันที่ 23 พ.ค.โดยผู้ตายบอกว่ายังอยู่กับเพื่อน จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย สำหรับป๊อปปี้นั้นเคยคบหากับผู้ตายมาประมาณ 3 ปี จนกระทั่งผู้ตายไปแต่งงานกับ นายศักดิ์ชัย อายุ 35 ปี ชาว จ.หนองคาย โดยช่วงที่ผู้ตายไปแต่งงานก็ได้เลิกคบกันไป แต่ก็มีการโทรพูดคุยกันบ้างตามประสาคนรู้จัก แต่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ติดต่อมาว่าจะมาทำงานที่ จ.ขอนแก่น และสุดท้ายผู้ตายก็เดินทางมาทำงาน จึงตัดสินใจเช่าอพาร์ทเมนท์และพักอาศัยอยู่ด้วยกัน

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายถูกเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด รวมไปถึง นายศักดิ์ชัย สามีของน้องแอ๋ม เย็นวันที่ 26 พ.ค.นายศักดิ์ชัย สามีของผู้ตายได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสวนกวาง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสยองนี้อย่างแน่นอน

สำหรับความสัมพันธ์กับผู้ตายนั้น นายศักดิ์ชัย เผยว่า แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมาตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ กทม. ส่วนตัวทราบดีว่าผู้ตายเคยคบหาสาวหล่อมาก่อน ซึ่งตนทราบว่าชื่อ ป๊อปปี้ หลังแต่งงานตนต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ๆ เพราะทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แฟนสาวจึงไปอยู่กับญาติที่ จ.ชัยนาท จากนั้น แฟนสาวก็ไปๆ มาๆ ระหว่าง กทม. กับ จ.ชัยนาท จนกระทั่งแฟนสาวขอมาอยู่กับญาติที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะห้ามแล้วไม่ฟัง และทราบดีว่าแฟนสาวมาอยู่กับสาวทอมชื่อ ป๊อปปี้ แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และยังติดต่อกันอยู่เสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค.เวลา 23.47 น. ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้อีกเลย

ตำรวจยังไม่พบพิรุธหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ หลังสอบปากคำทั้งสามคน ขณะที่แนวทางการสืบสวนพบรถต้องสงสัยที่ผู้ตายขึ้นไปก่อนพบกลายเป็นศพ

เช้าของวันที่ 29 พ.ค. ดูเหมือนอะไรๆ ค่อยๆ คลี่คลายลง เมื่อมีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้น ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัย โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน ประกอบด้วย นายวศิน อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์อายุ 21 ปี , น.ส.ปรียานุช อายุ 24 ปี และ น.ส.กวิตา อายุ 25 ปี

และช่วงเย็นของวันที่ 29 พ.ค. นายวศิน 1 ในผู้ต้องหา ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ในช่วงเที่ยงวัน แต่แล้วเมื่อถึงเวลานัดหมายก็ไม่มีการเข้ามอบตัว จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภาค 4 สามารถจับกุมตัว นายวศิน ได้ที่เกสต์เฮาส์ ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

นายวศินให้การว่ารู้เห็นกับการฆาตกรรมจริง โดยซัดทอด น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว เป็นผู้ลงมือฆ่าและทำลายศพ โดยก่อนเกิดเหตุไปเช่ารถซีอาร์วีมาให้ตนเป็นคนขับ จากนั้นได้ลักพาตัวน้องแอ๋ม โดยระหว่างทาง น.ส.เปรี้ยวได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวน้องแอ๋มแล้วซ้อม ซึ่งน้องแอ๋มก็พูดออกมาว่า ซ้อมเลย ถ้ารอดไปได้จะมาเอาคืน ปรากฏว่า น.ส.เปรี้ยวซ้อมและบีบคอน้องแอ๋มจนขาดใจตายบนรถ

นายวศินระบุ เปรี้ยวบอกให้พาไปยังที่ดินของตนเองใน อ.เขาสวนกวาง เพื่อนำศพน้องแอ๋มไปทิ้ง ระหว่างทางได้ซื้ออุปกรณ์พวก เลื่อย ใบมีด ถุงพลาสติก ปูนซีเมนต์ และเสียม ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง

ส่วนผู้ที่ลงมือหั่นศพคือ น.ส.เปรี้ยว ตนเองไม่ได้ทำ เพียงแค่มีหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น

ก่อนจะขับรถไปที่รีสอร์ต ในพื้นที่บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แล้วลงมือหั่นศพแอ๋มด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุมาจาก น.ส.เปรี้ยวมีความแค้นส่วนตัวกับน้องแอ๋ม โดย น.ส.เปรี้ยวอ้างว่าน้องแอ๋มเป็นสายชี้เป้ากับตำรวจให้จับกุม เปรี้ยวในคดียาเสพติด เมื่อมีโอกาสจึงคิดแก้แค้น

คำให้การดังกล่าวตรงกับพี่สาวของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ที่ได้เผยกับตำรวจไปก่อนหน้านี้ว่า น้องสาวเป็นผู้ลงมือฆ่าและหั่นศพน้องแอ๋มด้วยตนเอง โดยพี่สาวของเปรี้ยวระบุ มีการติดต่อพูดคุยทางโปรแกรมแชทเมื่อช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันที่ 29 พ.ค.

คดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ศาลได้ออกหมายจับไปแล้วหลายคน สามคนหลบหนีออกไปทางแม่สายไปท่าขี้เหล็กของเมียนมา /เป็นการเดินทางออกไปก่อนศาลอนุมัติหมายจับ ข้อมูลจึงยังไม่ปรากฎที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ทั้งสามทำบอเดอร์พาร์ท อยู่ในเมียนมาได้แค่ 7 วัน ซึ่งขณะนี้หมดอายุแล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาเจอสามารถจับกุมตามหมายตับของศาลไทยได้ หรือผลักดันออกนอกประเทศได้

สาวสวยเหล่านี้ไม่ใช่ธรรมดา ที่บอกว่าทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะนั้น ไม่น่าจะใช่ แต่ทำงานอยู่ค็อกเทลเล้า ใต้ถุนโรงแรมดังของเมืองขอนแก่น เป็นที่รับรู้กันของสังคมขอนแก่นว่า สถานที่แห่งนี้ คนรวยเท่านั้นที่จะเข้าไปนั่งดื่มกิน และจะมีสาวสวยเหล่านี้คอยให้บริการแบบ "ถึงเนื้อ"

ทหารระดับเสธฯคนหนึ่งซึ่งเป็นคนขอนแก่น กลับบ้านแต่ละครั้งก็จะไปนั่งใข้บริการที่นี้ด้วย

เด็กๆสาวสวยเหล่านี้ไม่ใช่แค่บริการในสถานที่ นังทำหน้าที่ขักชวนพวกอะเสี่ย เงินหนาทั้งหลายไปเข้าบ่อนด้วย ทั้งบ่อนฝั่ง สปป.ลาว /กัมพูชา หรือฝั่งเมียนมา

เมื่อมีเรื่องราวเกิดขึ้นพวกเธอจึงสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้อย่างไม่ยากนัก และน่าจะมีที่หลบซ่อนตัวได้อย่างปลอดภัยไประยะหนึ่ง

แต่ประเด็นสงสัย คืออะไรเป็นเหตุจูงใจให้ฆ่า และหั่นศพอย่างโหดเหี้ยม /หึงหวงเหลอ /ยาเสพติดเหลอ/หรืออะไร ถึงได้แสดงความแค้นได้มาขนาดนั้น

วศิน คือตัวละครสำคัญที่ยอมเปิดปากในสาระที่เป็นประโยชน์กับคดี และเมื่อวาน 31 พ.ค.ตำรวจก็หิ้วตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ท่ามกลางเสียงสาปแช่งด่าของชาวบ้าน

แต่น้องแอ๋ม คงนอนตายตาไม่หลับ ถ้าสาวเปรี้ยว และคณะยังหลบหนีอยู่ ยังไม่สามารถนำตัวมาลงโทษได้

เฉลียว คงตุก หรือ นายหัวไทร -อดีต บก.วิทยุเนชั่น -อดีต บก.สำนักข่าวเนชั่น -อดีตบรรณาธิการบริหารทีวีดาวเทียมช่องระวังภัย -บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์คมชัดลึก -บรรณาธิการข่าวภูมิภาค -อดีตผู้ดำเนินรายการเก็บตกจากเนชั่นเสาร์/อาทิตย์ -อดีตผู้ดำเนินรายการชุมชนคนชอบช่วย -อดีตผู้ดำเนินรายการเมืองไทย77 จังหวัด

บทความล่าสุด

192.168.52.214