Search

วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ปี พ.ศ. 2560 ครบรอบ 120 ปีการเสด็จประภาสยุโรป ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันนี้ขอแบ่งปันประสบการณ์ จากการเดินทางทำข่าว สกู๊ปพิเศษ ตามรอยพระองค์ท่านที่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เพราะที่นี่ ก็เป็นอีกเมืองสำคัญที่ รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จเยือน และ ได้แรงบันดาลใจ ทางด้าน ศิลปะ และ สถาปัตยกรรม ที่ยังปรากฎให้เห็นจนปัจจุบัน

วันนี้ขอเล่าเรื่องราว การทำงานในฐานะนักข่าวสายศิลปะ วัฒนธรรม บันเทิง พ่วงการท่องเที่ยวที่มีความหมายมากๆค่ะ เพราะ เนชั่นบันเทิง เนชั่นทีวี ได้มีโอกาสเดินทางไปทำข่าวที่ประเทศอิตาลี ในการประชุม ICOM 2016 หรือ งานที่คนทำพิพิฐภัณฑ์ทั่วโลก มารวมตัวกันเพื่อประชุม แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคโนโลยี ใหม่ๆ กันค่ะ แฟนๆรายการเนชั่นบันเทิงน่าจะได้ชมกันไปแล้ว แต่ทริปนี้เรายังได้โอกาสดีไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง

วันนี้จะเริ่มที่ เมืองเวนิส เพราะ ตอนนี้ เวนิส กำลังมีงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัย ชื่อ "เวนิส เบียนนาเล่ 2017 " อยู่พอดี

นิทรรศการศิลปะนานาชาติ "เวนิสเบียนนาเล" เป็นงานแสดงศิลปะที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ 2 ปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2438 และได้รับการยกย่องอย่างสูงในวงการศิลปะโลก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จทอดพระเนตรการแสดงงานศิลปะดังกล่าวถึง 2 ครั้ง ได้เยี่ยมชม พาวิลเลี่ยนของประเทศต่างๆ โดยทรงซื้องานศิลปะ เพื่อสะสมส่วนพระองค์ หลายชิ้น

และท่านทรงโปรดปรานฝีมือของ กาลิเลโอ คินี ซึ่งนับว่าเป็นศิลปินที่โดดเด่นมากในยุคศิลปะ Art Nuvo ของอิตาลี หลังได้ทอดพระเนตร ผลงานภาพวาดบนเพดาน ของเค้า ท่านก็รับสั่งให้ คินี่ เดินทางมาวาดภาพบนเพดาน ของพระที่นั่งอนัตสมาคม ค่ะ

ทริปนี้เราโชคดีมากๆนะคะ เพราะมีโอกาสได้เห็นภาพวาดบนเพดาน ต้นฉบับในอาคารหลักของเวนิส เบียนนาเล่ ที่มีอายุเก่าแก่ กว่า 107 ปี กันแบบเต็มๆตา หลังถูกปิดใว้นานหลายสิบปีค่ะ

ในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ยังได้กล่าวถึง วิหารเซนต์ มาร์โก้ เอาใว้ ด้วยว่าเป้นวัดที่ประกอบพิธีทางศาสนา ที่สำคัญท่านได้ประทัปนั่งเรือกอนโดล่า เพื่อเข้าไปยังมหาวิหารแห่งนี้ ทางด้านหลัง ที่ระบุว่าเป็นประตูลับ เราเดินอ้อมมาดู มีทางเข้าด้านหลังจริงๆค่ะ แต่มีอยู่ 2 ประตู ที่สามารถนำเรือเข้าไปจอดได้ ก็ไม่แน่ใจนะคะ ว่า ช่องประตูใหนกันแน่ คือ ทางลับที่พระองค์ท่านได้เขียนถึงค่ะ

จากนั้นเรา นั่งเรือล่อง ไปตามลำคอง แกรนด์ คาแนล ไปตามหา ต้นฉบับของ ตึกไทยคู่ฟ้า นั่นคือวังริมน้ำของเจ้าผู้ครองนครเวนิส ที่มีชื่อว่า Ca D'oro คา ดอโร่ หรือบ้านสีทอง สถาปัตยกรรมแบบเวนีเชี่ยนโกธิค ปัจจุบันนี้เป็นหอศิลป์ ชื่อว่า Galleria Franchetti ค่ะ

นอกจากเรื่องของสถาปัตยกรรมแล้ว เรื่องวิถีชีวิต ชาวเมือง ที่ล่องเรือ เป็นหลัก ทำอาชีพ ค้าขายกับต่างชาติ ท่านทรงให้ความสนพระทัยเช่นกัน ค่ะ มีบันทึกเรื่อง งานฝีมือ การเป่าแก้ว เป็นลวดลายต่างๆ งานไม้ทำเฟอร์นิเจอร์จากหวาย ไปจนถึงงานถัก ทอ ผ้าลูกไม้ ที่ถือเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของเวนิส ใว้ในบทพระราชนิพนธ์ด้วยค่ะ

สิ่งที่ไม่ได้บอกลงไปในสกู๊ปข่าว ก็คือความรู้สึกของเราค่ะ ต้องบอกเลยว่า การที่ได้ไปตามรอยพระบาท รัชกาลที่ 5 ในทริปนี้ ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มขึ้น ทำให้เวนิส เป็นมากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยว การได้ไปยืนในจุดเดียวกับพระองค์ท่าน ได้ไปเห็น สิ่งที่ท่านเคยทอดพระเนตรมันเป็นความรู้สึกที่สุดๆจริงๆ น้ำตาจะไหล ขนลุกไปหมด นอกจากที่ทำให้เราได้ทราบว่า ท่านทรงมีรสนิยมด้านศิลปะที่ดีเยี่ยม ทั้งหมดทั้งปวง ไม่ใช่แค่เพื่อได้มีงานศิลปะสวยๆในไทย ไม่ใช่แค่ให้เรามีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบตะวันตก แต่มันคือ สายพระเนตรที่ยาวไกล พระองค์จึงออกเดินทางไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างบ้านต่างเมือง เพิ่ออนาคตของสยามประเทศ และ พสกนิกรชาวไทย อย่างเราๆ นั่นเองค่ะ

ใครสนใจชมแบบภาพเคลื่อนใหว กดลิงค์ ตามไปชมกันได้เลยค่ะhttp://www.nationtv.tv/main/program/nation-ent/378530450/

การหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ก่อนออกเดินทางจะช่วยเพิ่มความหมายให้ทริปของคุณผู้อ่านได้จริงๆ ไม่เชื่อลอง ค่ะ

นักข่าวสาย Art &Culture , นักจัดรายการโทรทัศน์ #เนชั่นบันเทิง และ สื่อสารหลายภาษา อาชีพเสริม คือ นักชิมของอร่อยและ นักท่องเที่ยวทั่วไทย (อยาก) ไปทั่วโลก ตามไปชิม ไปชิล ด้วยกันนะคะ

บทความล่าสุด

192.168.52.216