Search

วันอังคาร ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จากความทรงจำของลุงชาติ เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ใน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

คลิกอ่านเรื่องที่สองแม่จ๋า...หนูหนาว

คลิกอ่านเรื่องหลอนซอย8หรือเป็นเพราะ...จดหมายฉบับนั้น
คลิกอ่าน เรื่องช้ำกรรมเก่าทัณฑ์...มาทัน

คลิกอ่าน เรื่องหลอนซอย8ป้าบอกว่า เขา...อยู่ตรงนี้


ลุงชาติเกิดในครอบครัวข้าราชการ แกมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ลุงชาติเป็นคนที่ 3 พ่อแกเป็นข้าราชการทหารอากาศมีฐานะไม่ดีนัก ลูกๆทุกคนรวมทั้งลุงชาติ จึงต้องช่วยกันทำงาน หาเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายในบ้านและนำติดตัวไปโรงเรียน
"หาบน้ำข้าวเลี้ยงหมู" เป็นงานที่แกต้องทำก่อนไปโรงเรียน สมัยก่อนในการหุงข้าวไม่สะดวกเท่าหม้อหุงข้าวสมัยนี้ ต้องนำข้าวมาต้มในเตาถ่านให้เดือดจนเมล็ดข้าวสุก จากนั้นจึงเทน้ำ ที่เรียกว่า"น้ำข้าว"ออกจากหม้อ และนำหม้อมา"ดง" (ดงข้าว=การย่างข้าวให้แห้งจากข้าวที่อยู่ในหม้อ) เพื่อให้ข้าวสุก ลุงชาติแกก็จะไปเอาน้ำข้าวจากตามบ้าน หาบรวมมาให้หมูกินในทุกๆวัน ในน้ำข้าวมีประโยชน์สูง หมูแกจึงอ้วนท้วนสมบูรณ์ ขายได้ราคาดี
งานอีกอย่างคือ การนั่งเรือไปช้อนกุ้งฝอยมาขาย สมัยนั้นตามคลองมีกุ้งฝอยชุกชุมมาก แกต้องออกจากบ้านพร้อมน้องอีกคนนั่งเรือแจวไปในเวลาตี3 ส่องไฟหากุ้ง เพื่อนำไปขายที่ตลาด
และเรื่องราวที่แกไม่มีวันลืมก็เกิดขึ้นจากการออกหากุ้ง ตอนตี 3 นี่เอง

ตอนนั้นลุงชาติจำได้ว่า อายุน่าจะประมาณ 14-15 ปี ช่วงเย็นหลังจากกลับจากเล่นฟุตบอล ลุงชาติจะเตรียมเครื่องไม้เครื่องมืออย่างสวิง กระชอน ถังน้ำ และที่ขาดไม่ได้เลยคือกระบอก"ไฟฉาย" เพื่อเตรียมไว้ล่ากุ้งฝอยนั่นเอง
หลังจากที่เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือเสร็จแล้วแกก็เข้านอน พลันถึงเวลาประมาณตี 2.30 ได้ยินเสียงน้องสาวมาเรียก ลุงชาติลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา และนำเครื่องมือต่างๆลงเรือ พร้อมกับน้องสาวของแก
คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ลุงชาติเป็นคนพายเรือ น้องสาวเป็นคนส่องไฟฉาย ลุงชาติออกแรงพายเรือไปทางหลังบ้านผ่านคุ้งน้ำเหมือนทุกวัน แกเงยหน้าขึ้นมองฟ้าและคิดในใจ "ทำไมถึงมืดอย่างนี้นะ" แสงสว่างที่ปรากฎในคลองคืนนี้ มีเพียงไฟฉายและแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเท่านั้น คลองแถบนี้ไม่มีบ้านคนเป็นคลองเล็กๆ กว้างประมาณ 6 เมตร ใน 2 ข้างทางมีแต่ป่ารก มีเสียงแมลงร้อง สายลมพัดเอื่อยๆบรรยากาศเยือกเย็น ดูแปลกกว่าทุกครั้งที่เคยมา จนน้องสาวของแก เอ่ยปากให้ลุงชาติรีบพายไปยังจุดหมาย ที่คุยกันก่อนมาว่าพื้นที่บริเวณนั้นมีกุ้งฝอยชุกชุม
ลุงชาติออกแรงรีบพายเรือ ผ่านบริเวณป่ารกมาจนใกล้จะถึงจุดหมาย ทางข้างหน้าฝั่งซ้ายมีต้นไทรต้นใหญ่ออกกิ่งก้านสาขายาวจนโน้มลงมาถึงฝั่งคลองด้านขวา มองดูคล้ายอุโมงค์ยังไงยังงั้น น้องสาวลุงชาติได้ส่องไฟฉายสำรวจด้านหน้า แล้วพูดว่า "ใกล้จะถึงแล้วพี่อีกนิดเดียว" ลุงชาติพยักหน้ารับ พลันสายตาของแก ได้มองเห็นอะไรบางอย่างที่ดูผิดปกติ

แกจึงถามน้องสาวว่า"พิณ" เองเห็นอะไรบนต้นไม้นั่นไหม?
ไหน...ตรงไหนพี่ น้องสาวถามพร้อมส่องไฟฉายค้นหานั่นไงตรงกิ่งต้นไทร อยู่ตรงกลางคลองพอดีน่ะเองเห็นไหม? ลุงชาติย้ำกับน้องสาว
น้องสาวลุงชาติ จึงแกว่งกระบอกไฟฉายส่องไปยังจุดที่ลุงชาติบอก
พลันแสงไฟไปกระทบร่างที่กำลังขยับช้าๆที่ดูแล้วน่าจะเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง นั่งหันหลังให้ลุงชาติและน้องสาว ซึ่งขณะนั้นเรือของแกอยู่ห่างจากอุโมงค์ต้นไทรประมาณ10เมตร และแกก็กำลังพายเรือ เข้าไปหาเจ้าสัตว์ตัวนี้
ระหว่างนั้นน้องสาวของลุงชาติยังคงส่องไฟไปทางเจ้าสัตว์ปริศนา จนเรือเข้าใกล้ประมาณ5เมตร จึงได้เห็นสัตว์ตัวนี้ชัดยิ่งขึ้น
ตัวมันมีขนสีดำสนิททั่วตัว หัวโต ลำตัวดูผอมแห้ง สองคนพี่น้องลงความเห็นว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้น มันมีรูปร่างคล้าย"ลิง" แต่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ขณะนั้นลมเงียบสงบ เสียงแมลงกบเขียดที่เคยร้องกลับเงียบสนิท เงียบจนได้ยินเสียงหายใจตัวเอง 2 พี่น้องยังคงไร้บทสนทนากัน น้องสาวลุงชาติยังคงส่องไฟแหงนคอดูอย่างใจจดใจจ่อไปที่ตัวมัน ยิ่งพายเรือไปใกล้ ก็ยิ่งสงสัยว่ามันคือตัวอะไรกันแน่
พายเรือเข้ามาใกล้จาก 5 เมตรจนถึง 3 เมตร และตอนนี้ เจ้าสัตว์นั้นก็อยู่เหนือเรือของ 2 พี่น้องพอดี!!!
ทันใดนั้นเองระหว่างที่เรือกำลังจะแล่นผ่าน เจ้าสัตว์ขนสีดำสนิท ขยับตัวแล้วกระโดดลงมากลางลำเรือพอดี น้องสาวลุงชาติตกใจร้องสุดเสียง ลุงชาติกำไม้พายไว้แน่น หากเกิดอะไรขึ้น จะใช้ไม้พายนี้กับเจ้าสัตว์ตัวนั้น
เจ้าสัตว์ปริศนากระโดดลงมาแล้วยังคงก้มหน้า จู่ๆมันเงยหน้าขึ้นมาทำให้ลุงชาติและน้องสาวตกใจแทบเสียสติ!!!
แล้วทั้งสองคนก็ได้เห็น ใบหน้าซีดเผือก แก้มตอบติดกระดูก ดวงตากลมใหญ่สีแดงสด พร้อมแสยะยิ้มให้ลุงชาติกับน้องสาว และมีทีท่าจะเขยื้อนกายเข้ามาหาน้องสาว

เมื่อน้องสาวลุงชาติเห็นดังนั้น จึงกรีดร้องสุดเสียง พลันกระโดดลงน้ำรีบว่ายขึ้นฝั่ง ครั้นพอมันเห็นน้องสาวกระโดดน้ำหนีไปแล้ว จึงหันมาทางลุงชาติ และกำลังขยับร่างเข้ามาหา ลุงชาติกำไม้พายไว้แน่น หวังจะใช้ไม้พายจัดการกับเจ้าสัตว์ปริศนานี้ แต่อยู่ๆ เรี่ยวแรงก็หายไปดื้อๆ จึงตัดสินใจกระโดดลงน้ำตามน้องสาวไป พอทั้งคู่ขึ้นฝั่งได้ ก็วิ่งไม่คิดชีวิต และไม่หันไปดูว่าเจ้าสัตว์ปริศนาตัวนั้นยังอยู่หรือไม่ ทิ้งเรือและเครื่องไม้เครื่องมือช้อนกุ้งอยู่ในคลองนั้น
จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน ทั้งคู่ร้องลั่นเรียกหาพ่อ เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ในตอนนั้นพ่อของแกได้แต่ปลอบและบอกว่าลูก 2 คนคงจะตาฝาดไป (ในเรื่องนี้แกมารู้ในตอนเป็นผู้ใหญ่ว่าที่พ่อบอกว่าตาฝาดเพราะไม่อยากให้พี่น้องคนอื่นๆกลัว และดูท่าทางเหมือนว่าพ่อของแกจะรู้เรื่องนี้แต่ไม่ยอมปริปากเล่า) และนั่นก็เป็นการออกหากุ้งฝอยครั้งสุดท้ายของลุงชาติเพราะพ่อของแกได้เปลี่ยนตัวให้พี่ชายคนโตออกไปหาแทน
ปัจจุบันลุงชาติเข้าสู่วัยเกษียณ ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แกขนลุกทุกครั้งที่หวนคิดถึงเหตุการณ์นี้ และนี่ก็เป็นเรื่องราวที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า มัน...คือตัวอะไรกันแน่...


(อ่านในทิศทางบันเทิงเสมือนเป็นนิยายเรื่องหนึ่งควรใช้วิจารณญาณในการรับชม)พูดคุยติชมแลกเปลี่ยนกันได้ที่twitter : LungTuiติดตามกันในเฟสบุ๊ค Facebook : เรื่องหลอนซอย8

ผู้ช่วยบรรณาธิการออนไลน์ เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม หลงใหลในสิ่งลี้ลับ แสวงหา-สะสมพระเครื่อง ชื่นชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ ศรัทธาในพุทธศาสนา

บทความล่าสุด

192.168.52.213