Search

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

นี่เป็นตอนแรกของหนังชุด Pirates of the Caribbean ที่ไม่ได้ถ่ายทำในท้องทะเลแคริบเบียน และเป็นครั้งแรกที่พากันข้ามไปถ่ายทำยังตะวันออกไกล แถบมหาสมุทรแปซิฟิค มหาสมุทรอินเดีย ณ โกลด์โคสต์ในรัฐควีนส์แลนด์ ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย


รวมถึงชายหาดมอร์ตัน, เขตอนุรักษ์เลนน็อกซ์ เฮดแลนด์, เฮสติ้ง พอยท์, ภูเขาแทมบอริน และหมู่เกาะวิทซันเดย์ที่โด่งดัง
- แม้ในภาคที่ 5 นี้ หนังจะมีความยาวถึง 129 นาที หรือ สองชั่วโมงกับอีก 9 นาที แต่ Pirates of the Caribbean: Salazars Revenge สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ ก็ยังเป็นหนังชุด Pirates of the Caribean ที่สั้นที่สุดในบรรดาสี่ภาคที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะภาคที่แล้ว Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ปี 2011 ที่มีความยาว 2 ชั่วโมง 16 นาที หรือภาคสาม At Worlds End ปี 2007 กับความยาว 2 ชั่วโมง 49 นาที

และในปี 2006 กับภาคที่สอง Dead Mans Chest หนังมีความยาว 2 ชั่วโมง 31 นาที ขณะที่ภาคแรก Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl ปี 2003 หนังก็มีความยาว 2 ชั่วโมง 22 นาที
- Pirates of the Caribbean: Salazars Revenge สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ เป็นกองถ่ายหนังจากต่างประเทศที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศออสเตรเลีย นับแต่ที่เคยมีมาเลยทีเดียว
โดยมีเม็ดเงินหมุนเวียนในรัฐควีนส์แลนด์จากการถ่ายทำครั้งนี้สูงถึง 350 ล้านเหรียญ (หลังจากรัฐบาลออสเตรเลียยื่นข้อเสนอด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้สร้างในมูลค่า 20 ล้านเหรียญ เป็นแรงจูงใจให้มาถ่ายทำที่นี่)

- ทีมงานออกแบบเสื้อผ้าเครื่องกาย ต้องใช้พื้นที่กว่า 20,000 ตารางฟุตที่วิลเลจ โร้ดโชว์ สตูดิโอส์ในโกลด์ โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย เป็นโกดังเก็บเสื้อผ้า หมวก รองเท้าและเครื่องประดับกว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้นถูกเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามชื่อ ประเภท เพศและอายุของตัวละครในหนังเรื่องนี้
- แผนกออกแบบทรงผม ต้องทำวิกผมมากกว่า 1,000 หัว เพื่อเข้าฉากโดยใชักับตัวประกอบ 700 คนและนักแสดงหลักอีก 30 คน ในขณะที่ นักแสดงหนุ่ม ฆาเวียร์ บาร์เด็ม จะต้องทนนั่งอยู่บนเก้าอี้เมคอัพทุกวัน วันละสองถึงสามชั่วโมงเพื่อรับบทกัปตันซาลาซาผู้ต้องคำสาป
แต่ก็ไม่โหดเท่านักแสดงสาวสวย โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่ ที่ต้องถูกเมคอัพแปลงโฉมให้กลายเป็น ชานซ่า แม่มดผู้ลึกลับแห่งท้องทะเล โดยใช้เวลาแต่งหน้านานสี่ถึงห้าชั่วโมง ส่วนชุดของเธอแต่ละชุดใช้เวลาตัดเย็บวันละ 15 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และใช้ทีมงานถึง 42 ชีวิต

- อุปกรณ์ประกอบฉากเล็กๆในหนังที่สำคัญชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือ สมุดบันทึกไดอารี่ที่ตัวละครคาริน่า สมิธ สุดหวงแหนแสนทะนุถนอม ทีมงานต้องทำไดอารี่เล่มนี้ขึ้นมาถึง 88 แบบ ก่อนที่ตัดสินใจเลือกใช้เพียงแบบเดียวในหนัง ซึ่งปกของไดอารี่เล่มนี้ทำจากหนังและถูกเพิ่มอายุให้ดูเก่าแก่ด้วยวิธีแช่ในกาแฟ
ขณะที่ขวดเหล้ารัมของกัปตันแจ็คสแปร์โรว์ ก็เป็นขวดเหล้าจริงจากอังกฤษที่ผลิตขึ้นในศตวรรษที่ 18 โน่นเลยทีเดียว
- ระหว่างถ่ายทำทีมงานต้องผจญกับสภาพอากาศชื้นแฉะที่สุดที่เกิดขึ้นในรอบ 61 ปี ของทวีปออสเตรเลียอันเนื่องมาจากจากพายุไซโคลนมาร์เซีย การถ่ายทำเป็นไปด้วยความยากลำบากโดยเฉพาะบนหมู่เกาะวิทซันเดย์

ซึ่งต้องใช้รถบรรทุกขนย้ายอุปกรณ์และทีมงานถึง 60 คันเดินทางเป็นระยะทาง 1,400 กิโลเมตร จากที่ตั้งกองถ่ายที่โกลด์ โคลสต์ ตามด้วยการขับรถ 40 นาที และการล่องเรือจากแผ่นดินใหญ่สู่เกาะแฮมิลตัน ซึ่งเป็นโลเกชันแห่งหนึ่ง ตามด้วยการล่องเรืออีกชั่วโมงครึ่งไปยังเกาะอื่นๆ ที่ทีมงานกำลังถ่ายทำอยู่
- Pirates of the Caribbean ภาคนี้ ผู้สร้างยังคงหมกหมุ่นหลงไหลในการนำศิลปินระดับตำนานมาเป็นนักแสดงรับเชิญเช่นเคย ภาคก่อนๆ เราได้เห็นคีธ ริชาร์ด มือกีต้าร์แห่งวงหินกลิ้งโรลลิ่งสโตน มารับบทพ่อ กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์

ส่วนภาคนี้เราจะได้เห็นท่านเซอร์ พอล แมคคาร์ทนีย์ อดีตสมาชิกวงเดอะ บีทเทิ้ลส์ มารับบท ลุง ของกัปตันแจ็ค บ้าง
- ในสหรัฐอเมริกา หนังใช้ชื่อ Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales แต่ในตลาดต่างประเทศ รวมถึงไทย หนังใช้ชื่อ Salazars Revenge

อดีตบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ผู้รักการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือและเดินทางท่องเที่ยว ผ่านงานเบื้องหลังมามากมายทั้งโปรดิวเซอร์รายการ และผู้กำกับละครโทรทัศน์ จะมาร่วมแบ่งปันหนังที่ชอบ เพลงที่รัก หนังสือที่น่าอ่าน และเรื่องราวดีๆที่ได้จากการเดินทาง

บทความล่าสุด

192.168.52.215