Search

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

Baghunter.com นำเสนอผลสำรวจของดัชนีราคาของกระเป๋า 2 แบรนด์ดัง พบว่า กระเป๋านี้มีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี และให้ผลตอบแทนย้อนหลัง สูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดทอง และดัชนีราคาบ้าน


กระเป๋า 2 แบรนด์ที่ว่าคือ Hermes รุ่น Birkin และกระเป๋า Chanel รุ่น Classic

HERMES

Hermes คือกระเป๋าแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่า180 ปี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1837โดยผู้ก่อตั้งคือ เทียร์รี่ แอร์เมส เขาเริ่มทำกิจการผลิตอานม้าในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศษ แล้วเริ่มทำธุรกิจเครื่องหนังด้วยฝีมือ ต่อมาในปี ปี 1892Hermsเปิดตัวกระเป๋ารุ่นBirkinซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาจนถึงปัจจุบันนี้

กระเป๋ารุ่นนี้ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านราคาจะสูงขึ้นตามวัสดุในการประกอบกระเป๋าหากเป็นหนังชั้นดีที่หายากจะยิ่งมีราคาสูง นอกจากนี้การผลิตในแต่ละรุ่นจะใช้มือผลิตอย่างปรณีต และมีการผลิตจำนวนจำกัดจึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก

กระเป๋าแบรนด์นี้จึงเป็นมากกว่ากระเป๋าเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ในการแสดงสถานะของหญิงสาวทางสังคมด้วยเพราะไม่ใช่ใครๆ จะมีได้ นอกจากราคาที่สูงแล้วด้วยปริมาณที่ผลิตออกมาจำกัดจึงทำให้สินค้ามีน้อยกว่าความต้องการของตลาด




โดย Hermes Birkin เป็นกระเป๋าที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง500% ในรอบ 35 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 1980 ราคาของ hermesรุ่น Berkin อยู่ที่ $2000และขยับขึ้นเป็น $2750 ในปี 1990 ต่อมาในปี 2000ราคาปรับขึ้นเป็น $4000ในปี 2014 ราคาอยู่ที่ $12000

และล่าสุดราคายังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปัจจุบันซึ่งหากเปรียบเทียบกับ Hermes Kelly รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงอีกรุ่นหนึ่งแล้วจะพบว่าราคาของ Berkin จะปรับตัวขึ้นสูงกว่ารุ่นอื่นๆภายใต้แบรนด์ Hermes



ดังนั้นหากใครซื้อกระเป๋าแล้วรักษาไว้อย่างดี หากนำมาขายต่อเป็นมือสองจะสามารถขายได้ในราคาที่ไม่ขาดทุน คือไม่ต่ำกว่าต้นทุนที่ซื้อมาแต่จะได้ผลตอบแทนสูงขนาดไหน อยู่ที่สภาพของกระเป๋า รุ่นและสีหากเป็นที่นิยมก็จะมีสภาพคล่องในการขายสูง เปลี่ยนมือได้ง่ายขึ้น

CHANEL

Chanelเริ่มต้นขึ้นจากผู้ก่อตั้ง คือ Gabrielle"Coco" Chanelในประเทศฝรั่งเศส โดยในปี1883 coco เริ่มงานด้านFashionที่Shopเล็กๆ ในกรุงปารีส และเปิดกิจการCoutureเป็นของตัวเองครั้งแรกในปี1914

ต่อมาผลิตเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าเครื่องสำอางและน้ำหอม โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือกระเป๋า โดย Chanelผลิตกระเป๋าออกมามากมายหลายรุ่น ทั้งรุ่น Classic รุ่น Coco รุ่น Boybag และรุ่นReissue

แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีความคลาสสิคและถือเป็นการลงทุนได้ผลตอบแทนดี คือรุ่น Chanel Classic Bag เพราะเป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นโดยมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง70%



ซึ่งราคาของ Chanel Classic ในปี 1955 ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายครั้งนั้นกระเป๋าใบนี้ไซส์ Medium มีราคาเพียง $220 เท่านั้น แต่เมื่อปี 1990 ราคากลับพุ่งขึ้นสูงเป็น 1,150และปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น $2,850 ในปี 2010 ปรับขึ้นราคาเป็นที่ $2,850 ปี 2013

จนล่าสุดในปี 2016 ราคาพุ่งขึ้นไปที่ $4,900 สะท้อนให้เห็นว่า ราคาของกระเป๋า5 ปีย้อนหลังมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง ถึง 70% ซึ่งถือว่าราคาปรับขึ้นมากกว่ารุ่นอื่นๆภายใต้แบรนด์ Chanel



โดย Bag Hunter ผู้สำรวจพบว่ากระเป๋า ChanelClassic มีอัตราการเติบโตในด้านราคาสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ ที่มีอัตราเพิ่มขึ้น 8.1% แถมยังสูงกว่าดัชนีหุ้นของS&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 13.2% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาด้วย

ดังนั้นกระเป๋า HERMES และ CHANEL จึงเป็นกระเป๋าที่ไม่ได้มีดีแค่สวยแต่ยังมีเสน่ห์ในแง่ของการลงทุนสร้างผลตอบแทนสูงได้อีกด้วยคะ




ติดตามเคล็ดลับการลงทุนทุกรูปแบบ กับ หมวย-ธนวันปันทะโชติ ที่จะพาไปพูดคุยกับนักลงทุนชื่อดังได้ในรายการ "ตื่นมารวย" ทุกวัน จ-ศเวลา 7.15 น. ทาง Nation TV 22

ขอบคุณข้อมูลจาก baghunter.com และ Chanelprices.com

ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวี รอบรู้เรื่อง หุ้น และ เจ้าของแฟนเพจเฟสหุ้น "รู้ทันหุ้นบ่าย"

บทความล่าสุด

192.168.52.214