Search

วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

การมาถึง Guardians of the Galaxy Vol.2 ก็น่าจะทำให้หนังซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายมาร์เวลชุดนี้ ถูกปักหมุดจากผู้ที่ได้ชมและชื่นชอบจนปวารณาตัวเป็นแฟนานุแฟนติดตาม จดจ่อรอคอยภาคต่อๆ ไป

หรือแม้กระทั่งให้เหล่าฮีโร่อวกาศสุดเกรียนกลุ่มนี้ ไปปรากฎเป็นแขกรับเชิญในจักรวาลมาร์เวลของหนังเรื่องอื่นๆ (ที่แน่ๆ ปีหน้า เหล่า Guardians of the Galaxy จะไปโผล่ในหนังแฟนไชส์ The Avengers: Infinity War อย่างแน่นอน)ทำไมหนังสงครามอวกาศที่เหล่าสิ่งมีชีวิตบ้าบอในเรื่องเรียกตัวเองว่า ผู้พิทักษ์ นักคุ้มกัน ทั้งๆ ที่แต่ละคน ลำพังแล้วแค่ดูแลตัวเองก็ไม่น่าจะรอด ถึงประสบความสำเร็จในระดับทอปคลาสขึ้นแท่นหนังซูเปอร์ฮีโร่บล็อคบัสเตอร์สุดฮิต ที่จะมีภาคต่อ ภาคแยก ตามมาอีกมากมาย เรามาดู 5 ไอเดียเด็ด ที่ทำให้ Guardians of the Galaxy ครองใจแฟนๆหนังในเวลาอันรวดเร็วลำดับที่ 1 "คาแรคเตอร์ตัวละครที่หลากหลาย" องค์ประกอบสำคัญอันนี้ มาจาก การออกแบบคาแรคเตอร์ตัวละครยียวนเกรียนกวนชวนน่าหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็เป็นที่รักของผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ลอร์ด กัปตันหนุ่มหัวหน้ากลุ่ม ความหล่อนั้นได้ใจสาวๆ

แต่ความห่ามห้าวในปฏิบัติการแต่ละครั้ง ก็ชนะใจคนดูหนุ่มๆไม่น้อย ในขณะที่คู่หูดูเหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างเจ้าร็อคเก็ต นักล่าเงินรางวัลที่ถูกดัดแปลงทางพันธุกรรมมาจากแรคคูน หน้าตาอาจจะกระเดียดมาทางหมาจิ้งจอกจนเจ้าตัวแอบภูมิใจเล็กๆ แต่ความเก่งกล้าสามารถในเรื่องการใช้อาวุธและยุทธวิธีในการสู้รบของเขานั้นเยี่ยมยุทธ์ไม่น้อย

โดยเฉพาะภาคที่สองนี้ฉากซุ่มโจมตีเหล่าเรเวนเจอร์กลางป่า ได้ทั้งความตื่นเต้นและเรียกเสียงหัวเราะไปพร้อมๆกัน รวมถึงตัวละครกรูท ที่แฟนๆใจหายใจคว่ำว่าจะตายหายไปเลยไหม ก่อนจะโผล่เซอร์ไพร์ซท้ายเรื่องในภาคที่แล้ว

ภาคนี้กลับมาโตวันโตคืนเป็นเบบี้กรูทน้อย น่ารักน่าชัง และเชื่อว่าน่าจะเป็นตัวละครที่ผู้ชมรักมากที่สุดในภาคสองนี้ด้วยเช่นกัน รวมถึงแดรกซ์นักฆ่าร่างยักษ์ ที่ภาคนี้แม้ลดความเกรี้ยวกราดโมโหโกรธาลง และเผยด้านที่อบอุ่นนุ่มนวลมากขึ้น

ทว่าลีลาการต่อสู้ยังดุดันเหมือนเดิม ส่วนกาโมร่า มือสังหารสาวตัวเขียว ที่เราจะได้เห็นด้านโรแมนติคและหัวใจที่เปี่ยมคุณธรรมของเธอบ้างในภาคนี้ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือมีความเป็นไปได้สูงว่า เหล่าพลพรรคการ์เดี้ยนจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาอย่างแน่นอน จะเป็นใครบ้าง เข้าไปดูก็น่าจะรู้เองแหละลำดับถัดมาคือ "อารมณ์ขัน" เป็นสิ่งสำคัญที่หนังชุดนี้ขาดไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมชมชอบของ Guardians of the Galaxy ส่วนหนึ่งมาจากอารมณ์ขันและมุกตลก ที่สอดแทรกเข้ามาเป็นระยะๆ ซึ่งได้ผลมากโดยเฉพาะในฉากที่ตัวละครกำลังเผชิญกับเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ซึ่งในภาคที่สองนี้ แค่ซีเควนซ์เปิดตัว ใครจะนึกว่า ผู้กำกับ เจมส์กัน จะออกแบบฉากแอ็คชั่นที่ผสมผสานทั้งเสียงหัวเราะกับเพลงป็อบเก๋ๆอย่าง Mr. Blue Sky ของวงอิเล็คตริคไลท์ ออเครสตร้า ได้อย่างครื้นเครงลงตัวพอดิบพอดี อันนำไปสู่องค์ประกอบของ

ไอเดียเด็ดลำดับที่ 3 แห่งความสำเร็จของหนังชุดนี้ นั่นก็คือ "การบันทึกความทรงจำดีๆในยุค 80s" มารวบรวมไว้อย่างครบครัน โดยเฉพาะเพลงป็อบเพราะๆคลาสสิคมากมาย ในยุครุ่งเรืองของดนตรีดิสโก้ รวมทั้งวัฒนธรรมป็อบบางอย่างของคนยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นมิกซ์เทป หรือการอัดเพลงฮิตๆมารวมไว้ในเทปตลับเดียว (คล้ายๆกับการทำ Playlist ใน iTune ลงในโทรศัพท์หรือในแอพมือถือปัจจุบันนั่นเอง)

กระทั่งการนำพาเอาดาราดังยุค 80s มาปรากฎตัวบนจออีกครั้ง ซึ่งในภาคที่สองนี้ก็มีทั้ง เคิร์ท รัสเซล ในบทอีโก้ พ่อที่สตาร์ลอร์ดตามหามานาน (ที่สำคัญเราจะเห็นเขาเมื่อตอนหนุ่มฟ้อหนังหน้าตึงเปรี้ยะ ผ่านการทำเอฟเฟคอย่างเหมือนจริง) รวมทั้งซิลเวสเตอร์ สตอลโลน แต่จะมาในบทไหน ลองเข้าไปหากันดู แน่นอนว่าทริคแบบนี้หนังได้กลุ่มคนดูผู้ใหญ่ที่โตมากับเรื่องราวแบบนี้ ได้อีกกลุ่มเบ้อเร่อ"การปรากฎตัวของนักแสดงรับเชิญ" เป็นอีกหนึ่งในไอเดียเด็ดของหนัง Guardians of the Galaxy ซึ่งภาคนี้ไม่เพียงแค่ซิลเวสเตอร์ สตอลโลนกับเคิร์ท รัสเซล แต่เรายังจะได้เห็น มิเชล โหย่ว, วิง แรมส์, ไมลีย์ ไซรัส แถมท้ายด้วย เจฟฟ์ โกล์บลัม และที่ไม่ควรพลาดคือ สแตน ลี บุคคลระดับตำนานของมาร์เวล คอมิคส์ แต่พวกเขาเหล่านั้น จะอยู่ตรงไหนในหนัง ต้องจับจ้องมองกันดูดีๆลำดับที่ 5 "งานวิชวล ชวนตะลึง" ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังไซไฟ ส่วนใหญ่ในโลกนี้ ความโดดเด่นอยู่ที่งาน Visual Effect น้อยใหญ่ใครสร้างภาพเวิ้งว้างในอวกาศหรือหมู่ดาวน้อยใหญ่ได้สมจริงหรือยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ยิ่งเป็นที่สนใจของผู้ชมมากขึ้น ทว่างาน Visual EFX ของ Guardians of the Galaxy กลับแปลกตาไปจากหนังอวกาศเรื่องอื่นๆ ตั้งแต่การออกแบบหมู่ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ รวมทั้งหมู่อุกกาบาต ในสุริยะจักรวาล ที่แทบไม่ได้จำลองมาจากกาแล็คซี่ใดใด หากแต่สร้างขึ้นโดยจินตนาการล้วนๆ ภาพในหนังจึงแตกต่างตั้งแต่เรื่องสีสัน พื้นผิว สภาพบรรยากาศ หรือบางฉากก็เหมือนโลกเราดีๆนี่แหละ และในภาคนี้โดยเฉพาะการสร้างโลกของอีโก้นั้น เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจออกแบบมาสำหรับการฉายในระบบสามมิติมากๆ แต่ถ้าจะดูในระบบสองมิติก็ไม่เสียอรรถรสแต่อย่างใด และไอเดียเด็ดอันสุดท้ายที่แทบจะฝากไว้ในหนังของมาร์เวลแทบทุกเรื่อง คือฉากหลังเอนด์เครดิต โดยเฉพาะ Guardians of the Galaxy Vol.2 นั้นมีฉากเหล่านี้ถึง 5 ฉากด้วยกัน มีทั้งใส่เข้ามาเพื่อเป็นแค่มุกตลกธรรมดา หรือนำไปสู่ภาคถัดไป หรือขยายไปสู่จักรวาลใหม่ๆของมาร์เวล แฟนพันธุ์แท้ เดนตาย ก็อาจจะพอเดาออก แต่สำหรับคนดูทั่วไปแล้ว มันก็เป็นเรื่องน่าสนุกที่ได้ดูหนังจบครบ 2 ชั่วโมงเต็มๆ โดยไม่ลุกจากที่นั่งไปก่อน จนกระทั่งจอดำสนิท

อดีตบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ผู้รักการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือและเดินทางท่องเที่ยว ผ่านงานเบื้องหลังมามากมายทั้งโปรดิวเซอร์รายการ และผู้กำกับละครโทรทัศน์ จะมาร่วมแบ่งปันหนังที่ชอบ เพลงที่รัก หนังสือที่น่าอ่าน และเรื่องราวดีๆที่ได้จากการเดินทาง

บทความล่าสุด

192.168.52.212