Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) บอกว่าต้องขึ้นค่าไฟเดือนหน้า เพราะราคาก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี

นั่นก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ากฟผ.สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินได้สำเร็จ จะทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงหรือไม่ เพราะอ้างมาโดยตลอดว่า ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาถูก
กกพ.ปรับขึ้นค่าไฟ หรือค่าเอฟทีเป็น 12.52 สตางค์/หน่วย เป็นการปรับขึ้นในรอบ 2 ปี 7 เดือน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม ถึง สิงหาคม ปีนี้ เพิ่มเป็น 3.50 บาท/หน่วย
ปัจจุบันเราพึ่งพิงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติถึง 65% รองลงมาเป็นการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว 10.7 % ถ่านหินนำเข้า 8.5 % และถ่านหินลิกไนต์ที่ขุดเอง 8.5 % และอาจต้องผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเป็นหลักต่อไป หากไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินได้
เมื่อมาดูตามแผน PDP 2015 ในปี 2569 (อีก 9 ปี) ก็จะลดการผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซธรรมชาติ ลดเหลือ 45-50 % ในขณะที่เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็น 20-25 % และในปี 2579 (อีก 19 ปี) สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินยังคงอยู่ที่ 20-25 % แต่อีก 5% มาจากนิวเคลียร์

แต่ยังไม่ต้องพูดถึงโรงไฟฟ้านิวคลียร์ แค่โรงไฟฟ้าถ่านหินยังถูกคัดค้านจนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และลุกลามเป็นความขัดแย้งในพื้นที่


ภาพล่าสุดในพื้นที่เป้าหมายสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 18 เมษายน มีการพ่นสีสเปรย์บนผิวถนน สายเทพาบีช รีสอร์ท - รร.บ้านคลองประดู่ ข้อความต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ว่า "หยุดถ่านหิน มึงสร้างกูเผา"
ส่วนพลังงานทดแทนที่หลายฝ่ายเรียกร้อง รัฐบอกว่ามีต้นทุนที่สูงเกินไป
การขึ้นค่าไฟครั้งนี้ วัดใจคนทั้งประเทศ จะเอาอย่างไรกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือมีทางเลือกอื่น หรือปล่อยให้ค่าไฟ ขึ้นไปเรื่อยๆ จากราคาก๊าซที่สูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวสายงาน คุณภาพชีวิต-สิ่งแวดล้อม เนชั่นทีวี ได้รับรางวัลสารคดีเชิงข่าวยอดเยี่ยม แสงชัย สุนทรวัฒน์ และข่าวโทรทัศน์สืบสวนดีเด่น สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

บทความล่าสุด

192.168.52.211