Search

วันจันทร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

หลังขับรถไล่ลากตู้เซฟยักษ์กลางใจเมืองในภาคหก มาในภาคก็เจ็ดถึงขั้นขับรถพากันขึ้นไปเสียงตายกลางเวหา พอมาถึงภาคที่แปดปีนี้ ผองเพื่อนในหนังตระกูลฟ้าสต์ เลยจัดหนักเล่นกันทั้งบนดิน บนฟ้า ไปจนใต้น้ำให้จุใจแฟนๆไปเลยทีเดียว กลายเป็นความบันเทิงเต็มอิ่มกว่าสองชั่วโมงที่สามารถสัมผัสได้ หากมองข้ามความเป็นเหตุเป็นผลหรือตรรกะใดใดแล้วปล่อยใจให้สนุกไปกับความมันส์หฤหรรษ์กระตุ้นต่อมหลั่งอะดรินาลีนผันแปรตามจำนวนภาคที่สร้างต่อๆกันมายาวนานถึงภาคที่ 8 เข้าไปแล้ว


แม้บทหนัง Fast and Furious 8 จะโม้สนั่น แต่ก็มีฉากบู๊สะบั้นหั่นแหลกมากมาย และเอาเข้าจริงมีฉากแข่งรถค่อนข้างน้อยกว่าทุกภาค ทว่าความยาวแต่ละฉากนั้นคอหนังแอ็คชั่นดูกันอย่างจุใจ โดยเฉพาะการเพิ่มฉากทำลายล้างรถชนิดวินาศสันตะโร ตอนโดมินิคแปรพักตร์ไล่กวดชิงวัตถุที่ต้องการ โดยมีกลุ่มเพื่อนไล่ตาม และตำรวจไล่กวดมาอีกที มีการสร้างสถานการณ์ใหม่ๆที่ตื่นตาตื่นใจเข้ามาเสริมเพิ่มเติมหาได้ออกขับรถไล่ชนกันบนท้องถนนแบบเดิมๆ ทั้งฉากป่วนคุก บุกเครื่องบินกลางท้องฟ้า ก่อนจะมาถึงไคลแมกซ์ขบวนรถซิ่งปะทะเรือดำน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นฉากไฮไลท์ที่ผลักให้หนังชุดนี้เดินทางไกลออกไปเพื่อพบความสำเร็จอีกต่อๆไปในภาคที่ 9 10 11 ฯ

สึ่งหนึ่งที่หนังฟาสต์ช่วงหลังๆตั้งแต่ภาค 5 เป็นต้นมาพยายามย้ำเน้นคือความสัมพันธ์ของตัวละครผองเพื่อน ที่ผูกพันธ์แน่นแฟ้นจนกลายเป็นครอบครัว และจบได้สวยในภาคที่แล้วกับการแสดงความคาราวะ พอล วอล์คเกอร์ นักแสดงผู้วายชนม์ที่เริ่มต้นกับหนังมาตั้งแต่ภาคแรกๆ แม้กระทั่งภาคนี้ก็ตาม หนังยังนำตัวละครเก่าๆกลับมาทั้งการฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ หรือกระทั่งมาในเชิงสัญญลักษณ์ สร้างตัวละครใหม่ๆที่เตรียมกลับมาได้อีกในภาคต่อๆไป หรือกระทั่งนักแสดงรับเชิญที่มีโอกาสหวนกลับมารับบทเดิมและอาจเพิ่มบทบาทมากขึ้นในตอนต่อไปเพราะปรากฎตัวแค่ไม่กี่ฉากไม่กี่นาทีแต่มีเสน่ห์เหลือเกินโดยเฉพาะเฮเลน มิร์เรน รวมถึง ลุค อีแวนส์ ที่เห็นแค่ไม่กี่วินาทีแต่ความเท่ สมาร์ทของเขา น่าจะถูกเรียกตัวกลับมาทำงานอีกในภาคต่อๆไป(โดยเฉพาะบทที่เขาได้รับเกี่ยวข้องกับทีมใหม่ของดอมพอสมควร) ที่สำคัญภาคใหม่ของฟาสต์ แม้ไม่มีพอล วอล์คเกอร์ แต่การเพิ่มบทบาทมากขึ้นของตัวละครนายตำรวจฮอบส์ รับบทโดยดเวนย์ จอห์นสัน และอดีตหน่วยรบพิเศษแหกคอกนอกแถวชอว์ ที่เจสัน สเตรทแฮม ก็ทำให้หนังเข้มข้นขึ้นไม่น้อย และน่าจะถูกนำไปพัฒนาต่อๆไปสำหรับการขยายเส้นทางของฟาสต์หลังการจากไปของวอล์คเกอร์

แม้ภาคนี้จะเปลี่ยนตัวผู้กำกับจากเจมส์ วาน ในภาคที่แล้ว และจัสติน ลิน ที่กำกับมา 4 ตอนติดต่อกัน (ภาค 3 6) แต่วิสัยทัศน์ผู้กำกับของ เอฟ แกรี่ เกรย์ ก็ไม่เลวทีเดียว เพราะเขาสามารถสร้างสรรค์ฉากแอ็คชั่นใหม่ๆได้อย่างสนุกน่าติดตาม รวมถึงคนเขียนบทอย่างคริส มอร์แกน ที่รับหน้าที่เดิม 6 ภาคติดต่อกันแล้ว ความพยายามสร้างเงื่อนไขของคำว่า ครอบครัว อันเป็นหัวใจหลักของภาคนี้ ถือว่าทำได้ลงตัว(หากมองข้ามฉากแอ็คชั่นที่เกินจริงและเพิ่มตัวละครเข้ามาแบบง่ายๆไร้เหตุผลเกินไป) ซึ่งน่าจะเป็นธีมสำคัญของหนังชุดนี้ในภาคต่อไป และถ้ามองอีกแง่ ระยะเวลา 16 ปี กับการสร้างต่อเนื่องกันมาถึง 8 ภาค ธีมที่ว่าคือการสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะความภักดีต่อตราสินค้ายี่ห้อ Fast and Furious ที่ผู้สร้างมีต่อคนดู ซึ่งผลลัพธ์หลังหนังฟาสต์แปดจบลง ก็คงบอกได้ว่า ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สร้าง Brand Royalty ได้สำเร็จแล้ว





อดีตบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ผู้รักการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือและเดินทางท่องเที่ยว ผ่านงานเบื้องหลังมามากมายทั้งโปรดิวเซอร์รายการ และผู้กำกับละครโทรทัศน์ จะมาร่วมแบ่งปันหนังที่ชอบ เพลงที่รัก หนังสือที่น่าอ่าน และเรื่องราวดีๆที่ได้จากการเดินทาง

บทความล่าสุด

192.168.52.212