Search

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

จีนเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้ามิตโสนขนาด 6000 เมกะวัตต์ มูลค่าดว่า 3,600 ล้านดอลลาร์ ที่เป็นปัญหาขัดแย้งยาวนานกับเมียนมาร์ นับเป็นการส่งสัญญาณถึงความเต็มใจที่จะละทิ้งโครงการดังกล่าวเพื่อแลกกับโอกาสทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจอื่นๆ ในประเทศเมียนมาร์

แหล่งข่าวภายในรัฐบาลเมียนมาร์กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัท State Power Investment Corp Yunnan International Power Investment (SPICYN) ของจีนที่เป็นผู้ควบคุมเขื่อน ไม่กระตือรือร้นติดตามโครงการ ซึ่งเป็นท่าทีที่ตรงข้ามกับก่อนหน้านี้ ด้วยเพราะมณฑลหยุนหนานในเวลานี้มีพลังงานเกินความต้องการ เนื่องจากเมืองหันไปเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานน้อยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า จีนยังคงติดต่อสื่อสารกับเมียนมาร์อยู่ตลอดเวลา เพื่อจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการร่วมมือกันในโครงการ

แต่เดิมนั้น เขื่อนมิตโสนคาดหมายว่าจะส่งพลังงานร้อยละ 90 ของที่ผลิตได้ไปยังมณฑลหยุนหนาน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวพม่าจำนวนมากที่ยังขาดแคลนไฟฟ้า

แต่เมียนมาร์มีแนวโน้มที่จะต้องรับผิดชอบจีนเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่ใช้ไปกับโครงการ

ซึ่งการชดเชยไม่จำเป็นต้องเป็นเงินสด แต่จีนมีความสนใจในโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ รวมทั้งเขื่อนขนาดเล็ก และจีนเองยังคงผลักดันเพื่อให้เข้าถึงท่าเรือน้ำลึกจอก์พยูบนอ่าวเบงกอล ซึ่งจอก์พยูนั้นเป็นจุดทางเข้าสำหรับท่อน้ำมันและก๊าซของจีน ซึ่งทั้งสองประเทศใกล้ที่จะเริ่มส่งน้ำมันผ่านท่อนี้ โครงการท่อน้ำมันและก๊าซแห่งนี้จะเป็นเส้นทางทางเลือกของจีนในการรับน้ำมันจากตะวันออกกลาง.

192.168.52.216