Search

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ความฮือฮาของวงการหนังเมื่อปี 1995 มาจากอนิเมะญี่ปุ่นเรื่อง Ghost in the Shell ที่ได้รับการยกย่องว่าสร้างโลกอนาคตในรูปแบบของไซเบอร์พังค์ได้อย่างน่าตื่นตา อีกทั้งเนื้อหายังคมคายชวนคิด มีการสร้างภาคต่อตามมา 2-3 ตอน แต่ก็ไม่เป็นที่จดจำเท่าภาคแรก รวมทั้งการ์ตูนมังงะต้นฉบับที่ตีพิมพ์ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 1989 ถึงพฤศจิกายนปี 1990

เมื่อฮอลีวู้ดตัดสินใจรีเมคอนิเมะคลาสสิคเรื่องนี้ มีทั้งแฟนดั้งเดิมตั้งแต่มังงะ อนิเมะรอชื่นชม รวมทั้งคอหนังรุ่นใหม่ๆที่อาจจะไม่รู้จักกิตติศัพท์คำร่ำลือของปีศาจใต้เปลือกหอยเรื่องนี้ แต่เมื่อได้เห็นตัวอย่างหนังไม่กี่นาทีก็มิอาจละสายตาจากงานภาพอันวิจิตรที่ผ่านออกแบบมางดงามได้ และนั่นก็อาจเป็นความโดดเด่นเพียงสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นใน Ghost in the Shell เวอร์ชั่นปี 2017


ปฏิเสธไม่ได้ว่างานวิชวลดีไซน์นั้นเลิศล้ำอลังการแปลกตาไปเสียทุกฉากทุกเฟรม โลกที่แทบจะแยกกันไม่ออกระหว่างมนุษย์ หุ่นยนต์ หรือกระทั่งพันธุ์ผสมคนและไซบอร์กอันเป็นผลิตผลจากเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ และโดยเฉพาะการใช้เทคนิคโฮโลแกรม ทำให้ Ghost in Shell 2017 กลายเป็นหนังไซไฟที่มีงานสร้างน่าสนใจที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบหลายปี


แต่ขณะเดียวกันบทที่ไม่ได้พัฒนาไปจากเค้าโครงเดิมมากนัก มุ่งแต่ขยายที่มาที่ไปตัวละครบางตัว ไม่ได้มีลักษณะของการวิพากษ์เชิงจิตวิเคราะห์ต่อการตั้งคำถามถึงสถานะตนเองของตัวละครเช่นเวอร์ชั่นต้นฉบับเลยทำให้หนังมีความสนุกน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย


ถ้า Ghost in the Shell 2017 มีลักษณะดังกล่าว แฟนหนังอาจจะขัดใจว่า ประเด็นหนักๆแบบนี้คงทำให้หนังน่าเบื่อ เนื้อหาหนักเกินไปไม่น่าติดตาม แต่ถ้าติดตามเนื้อเรื่องภาคไลฟ์แอ็คชั่นในปัจจุบัน ก็จะเห็นว่าพล็อตหนังแทบไม่ได้มีความแปลกใหม่ไปกว่าหนังไซไฟโลกอนาคตเรื่องอื่นๆ ที่ว่าด้วยการสำรวจตัวตนที่แท้จริงภายใต้เปลือกนอกของความเป็นไซบอร์ก ไม่ว่าจะเป็น Blade Runner (ภาครีเมคเตรียมจะเข้าฉาย) A.I.


,Bicentennial Man , I Robot, Ex Machina และอีกมากมาย รวมทั้งการยึดพล็อตเรื่องเดิมเป็นหลัก ซึ่งเวลาล่วงเลยผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว ความเก่าความเชยของเนื้อหาจึงเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ขนาดที่ว่าเปิดเรื่องมาได้แค่ 10 นาทีแรกก็แทบจะเดาตอนจบของ Ghost in the Shell ได้เลยด้วยซ้ำไป สำหรับคนที่ไม่เคยดูต้นฉบับอนิเมะมาก่อนก็ตาม


การดำเนินเรื่องที่เรียบเรื่อยไม่หวือหวา เนื้อหาที่เข้าใจง่าย ถึงขั้นที่ไม่ต้องคิดตามอะไรมาก ตัวละครที่แบนราบไร้มิติ ความบกพร่องทั้งหมดนี้ ถูกกลบทับด้วยฉากแอ็คชั่นที่มาด้วยท่วงท่าลีลาเท่ๆ องค์ประกอบศิลป์ที่สวยและมีเสน่ห์อย่างน่าฉงน เนรมิตรโลกในหนังด้วยการจัดวางทางกายภาพแบบ Mise en Scene ผสมผสานกับงานเทคนิค CGI ได้อย่างกลมกลืนน่าทึ่ง

โดยเฉพาะการเลือกสการ์เล็ต โจแฮนสัน มารับบทสายลับไซบอร์กพันธุ์ผสม ที่ไม่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก ตั้งแต่เรือนร่างทรวดทรงองค์เอวที่เซ็กซี่ แต่ทว่ากลับไม่มีฉากไหนในเรื่องที่เธอใช้การแสดงยั่วยวนเลยแม้แต่น้อย (ซึ่งค่อนข้างเป็นภาพเดียวกันอนิเมะต้นฉบับ) สีหน้าของคนที่มีบาดแผลในใจคล้ายครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา ฉายทับสถานะนักฆ่าได้อย่างสนใจ

นักดูหนังแบบฮาร์ดคออาจจะผิดหวังที่เมื่อกะเทาะเปลือกนอกที่เหมือนภาพลวงตาแล้วจะได้เจอผีร้าย เหมือนชื่อหนัง แต่กลับกลายเป็นภาพโฉมสคราญที่ได้เห็นเมื่อไรก็ชวนให้หลงรักอยู่ร่ำไป

อดีตบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ผู้รักการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือและเดินทางท่องเที่ยว ผ่านงานเบื้องหลังมามากมายทั้งโปรดิวเซอร์รายการ และผู้กำกับละครโทรทัศน์ จะมาร่วมแบ่งปันหนังที่ชอบ เพลงที่รัก หนังสือที่น่าอ่าน และเรื่องราวดีๆที่ได้จากการเดินทาง

บทความล่าสุด

192.168.52.214