Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ภรรยาบังเอิญพบคนรักเก่าในงานเดินรณรงค์ จากนั้นก็ติดต่อกันเรื่อยมา ฝ่ายชายมักแวะเวียนมาหาครอบครัวฝ่ายหญิงจนสนิทสนมกับสามีคนปัจจุบัน มักมาดื่มสุราด้วยกันประจำ แต่ไม่พ้นคำนินทาชาวบ้าน หาว่าอยู่กันแบบสามคนผัวเมีย พ่อผัวแค้นแทนลูกชาย เอ่ยปากไล่อดีตคนรักของลูกสะใภ้ไม่ให้มาอีก จนเกิดปากเสียง กระทั่งมาเห็นว่า ยังไปมาหาสู่ ใช้ปืนจ่อยิงสาหัสไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ร.ต.อ.สมชาย ใต้เมืองปักษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากทางห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีว่า มีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งตัวมาจาก บ.หมากตูม หมู่ 8 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี มาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังรับแจ้งจึงออกไปสอบสวน พร้อม พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจนะ รอง ผกก.หน.สภ.นาข่า ทราบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายณรงค์ ลาพิมล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 8 ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แพทย์ชันสูตรศพ พบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38เข้าบริเวณขมับซ้าย1นัด และใต้ราวนมซ้าย1นัด กระสุนฝังใน ถูกยิงมาจาก กระท่อมนา ท้ายหมู่บ้านหมากตูม หมู่ 8 ต.นาข่า

จากนั้นจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นกระท่อมนาแบบยกพื้นสูง ที่ป่าโคกดงหนองตาล ทางเข้าเป็นถนนลูกรังห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 4 กม. ตรวจสอบบนกระท่อมนา พบรอยเลือดจำนวนหนึ่งบนพื้นกระท่อม 2 จุด และมีคราบเลือดหยดเป็นทางยาว ไปตามบันได และพื้นดิน คาดว่าเป็นรอยเลือด ช่วงที่นำร่างคนเจ็บขึ้นรถกระบะ เพื่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และบนกระท่อมพบขวดเหล้าขาวขวดใหญ่ 2 ขวด ไม่มีร่องรอยต่อสู้ ใกล้กับกระท่อมด้านล่าง พบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของผู้ตายจอดอยู่ และรถการเกษตรสำหรับบรรทุกฟืน จอดอยู่หน้ากระท่อมนา

จากการสอบสวน นายสุกัณฑ์ มาหลิน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 6 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าของกระท่อมนาให้การว่า ตนและนางมัลทิรา มาหลิน อายุ49ปี แต่งงานมีบุตรด้วยกัน2คน มีอาชีพทำนา ส่วนนายณรงค์ผู้ตาย เป็นแฟนเก่าของนางมัลทิรา เคยคบกันเมื่อครั้งไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน เมื่อปี 2537-2538 แต่นายณรงค์มีภรรยาแล้ว นางมัลทิราจึงได้บอกเลิกและมาแต่งงานกับตน เมื่อปี 2558 นางมัลทิรา ได้มาเดินรณรงค์ต้านยาเสพติดที่สนามทุ่งศรีเมือง และไปพบกับนายณรงค์ฯ ผู้ตายโดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับทุ่งศรีเมือง จึงทราบว่านายณรงค์หย่าร้างกับภรรยาแล้ว ทั้งสองจึงได้แลกเบอร์โทรศัพท์มือถือกัน

นายสุกัณฑ์ ให้การต่อไปว่า หลังจากนั้นนายณรงค์ก็มักจะขี่รถจักรยานยนต์มาหาที่บ้านตนบ่อย ๆ ซึ่งตนและผู้ตายต่างก็คุยถูกคอกันดี ทุกครั้งที่เยี่ยมผู้ตายก็จะถือเหล้าหรือกับแกล้มชวนตนตั้งวงดื่มเหล้าด้วย เมื่อเมาก็จะนอนค้างคืนที่บ้านหรือที่กระท่อมนาเป็นประจำ แม้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะดูแลกันเป็นอย่างดี ทำให้ชาวบ้านต่างนินทาต่างๆ นานา ว่าพวกตนอยู่กันแบบสามคนผัวเมีย ทำให้นายขันตี มาหลิม อายุ 77 ปี พ่อของตนไม่พอใจ ได้เรียกภรรยาของตนไปว่ากล่าวตักเตือนว่าไม่เหมาะสม และต่อว่าผู้ตายถึงขั้นทะเลาะมีปากเสียงกัน

ก่อนเกิดเหตุเย็นวันที่ 19 มีนาคม ขณะที่ตนและภรรยา ได้ขับออกมาหาฟืนที่นาป่าโคกดงหนองตาล ซึ่งได้สร้างกระท่อมนาไว้สำหรับพักผ่อน บางครั้งหากงานไม่เสร็จก็อาศัยหลับนอนที่นี่ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาตนและภรรยา จากนั้นได้ตั้งวงดื่มเหล้ากัน โดยมีเพื่อนบ้านเป็นชายมาร่วมวงอีก 1 คน รวมเป็น 4 คน กระทั่งดึกเพื่อนบ้านได้ขอตัวกลับ ส่วนตนและภรรยากางมุ้งนอนอยู่ด้านซ้ายของกระท่อมนา ส่วนผู้ตายนอนอยู่บนเปลญวน

กระทั่งเวลา05.30น. ตนและภรรยาต้องสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ตนได้เปิดมุ้งออกมาดู ก็พบผู้ตายถูกยิงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระดาน ตนเห็นคนร้ายถือปืนกระโดดลงจากกระท่อมนา วิ่งหนีมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้าน จำได้ว่าเป็นนายขันตี มาหลิม อายุ 77 ปี พ่อของตนที่เคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้ตาย ตนสั่งให้ภรรยาประคองผู้ตายไว้ แล้ววิ่งลงไปถอยรถกระบะเข้ามารับผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจะนะ รอง ผกก.หน.สภ.นาข่า เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ นอกจากนายสุกัณฑ์และนางมัลทิรา และจากการสอบสวนทั้งสอง ให้การตรงกันว่า ขณะที่ทั้งสองนอนหลับ ได้มีคนร้ายย่องขึ้นมายิงผู้ตาย ส่วนนายสุกัณฑ์ระบุว่าคนร้ายคือนายขันตี พ่อของนายสุกัณฑ์ แต่นางมัลทิรา ให้การว่ามัวแต่ดูแลผู้ตาย ซึ่งขณะนั้นถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ไม่ได้ดูว่าคนร้ายเป็นใคร จึงไม่ทราบว่าใครยิง ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บเขม่าดินปืนจากนายสุกัณฑ์และนางมัลทิราแล้ว และตำรวจได้ออกติดตามตัวนายขันตี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคนร้าย พบว่าหายตัวออกจากบ้านพร้อมกับปืน .38ซึ่งคาดว่าจะจับกุมตัวได้เร็ว ๆ นี้

192.168.52.211