Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

วิธีคิดของ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มองว่า "โค้ชฟุตบอลที่เก่งจริง ต้องมีสโมสรจ้าง" ดูจะเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับที่ "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ กำลังทำอยู่ในขณะนี้

"โค้ชโชค" สร้างโปรโฟล์ให้กับตัวเอง เพื่อพาฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นแชมป์ซีเกมส์ ที่ประเทศสิงค์โปร์ ในปี 2015 ถือเป็นการรับงานคุมฟุตบอลทีมชาติไทย อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก หลังจากมีประสบการณ์กับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จนติดทีมชาติไทย
กระทั่งแขวนสตั๊ด และทำงานประจำอยู่ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และรับงานวงการฟุตบอล ในฐานะสต๊าฟฟุตบอลทีมชาติ โดยเป็นผู้ช่วย โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน หลังภารกิจกับฟุตบอลทีมชาติไทย จบสิ้นลงในเดือนมกราคม 2559



ทีมชาติไทยที่มี "ซิโก้" และ "โค้ชโชค" ร่วมคุมทัพไม่ผ่านสู่การเข้าแข่งขัน กับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่บราซิล นั่นก็เป็นการปิดฉากบทบาทของ "โค้ชโชค" กับการรับใช้ชาติ ผู้ชายคนนี้เลือกทางเดิน ให้กับตัวเองต่อจากนั้น
ด้วยการลาออกจากงานประจำ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และพาตัวเองไปหาความท้าทาย ด้วยการรับงานโค้ชฟุตบอลอาชีพ ให้กับทีมอุดรธานี เอฟซี ทีมในลีกโซนภาคอีสาน 1 ฤดูกาล ของการทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน ให้ อุดรธานี เอฟซี "โค้ชโชค" ทำสำเร็จ
เมื่อพา อุดรธานี เอฟซี จบผลงานด้วยการเป็น 1 ใน 14 ทีม ที่ยึดพื้นที่กับการเป็นจ่าฝูง หรือแชมป์ของโซนในที่สุด แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงาน เพราะอุดรธานี เอฟซี ไม่สามารถ" ไปต่อ" กับการได้เลื่อนชั้นจากลีกภูมิภาค ไปเล่นยังดิวิชั่น 1



ทุกอย่างที่ร่วมสร้างขึ้นมาตลอด 1 ฤดูกาล จึงกลายเป็นเเพียงความทรงจำ "โค้ชโชค" เดินทางจากอุดรธานี กลับกรุงเทพฯ และเริ่มงานในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ ฤดูกาล 2017 ด้วยการเป็นสต๊าฟร่วม ทำทีม "โดม เอฟซี " ทีมฟุตบอลในลีกภูมิภาคโซนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
"โดม เอฟซี" ที่ผมพูดถึงก็คือ ทีมฟุตบอลที่มีรากฐานมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นสถาบันการศึกษาที่ "โค้ชโชค" ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ และจบออกไปในรุ่นปี 2537 ที่ผ่านมา โดม เอฟซี ส่งทีมฟุตบอลเข้าแข่งขันกับลีกอาชีพมาแล้ว 2 ฤดูกาล



แต่ผลงานของทีมหากมองไปที่อันดับของตาราง ก็น่าใจหาย เพราะอยู่ในโซงรั้งท้าย จนเกือบตกชั้น การมาร่วมทัพของ "โค้ชโชค" กับโดม เอฟซี ในฤดูกาล 2017 จึงเป็นสิ่งที่ "โค้ชโชค" ให้คำอธิบาย กับผมว่า มันคือ " การลับคมให้กับตัวเอง .... มีดต้องหมั่นลับคมอยู่ตลอด เพื่อให้พร้อมใช้งาน"
สิ่งที่ผมแปลกใจ ก็คือ การเลือกที่จะร่วมงานกับ "โดม เอฟซี" รวมทั้ง การที่เลือกที่จะเป็นเบอร์ 2 ของการคุมทีม ถัดจาก "โค้ชเปิ้ล" วรพรรณ ตุ่นต้น หัวหน้าผู้ฝึกสอน
เพราะด้วยโปรไฟล์ของ "โค้ชโชค" แล้ว ชื่อนี้ยังถือว่า "ขายได้" กับวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นกับทีมในดิวิชั่น 1 หรือ ทีมในไทยลีก แต่ที่สุดแล้ว "โค้ชโชค" กลับเลือกที่จะมาเป็นเบอร์ 2 กับ โดม เอฟซี ทีมในลีกล่าง ด้วยเหตุผลที่ต้องการตอบแทนสถาบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชีวิตช่วงหนึ่งเคยศึกษาอยู่ที่นี่



เป็นการเลือกที่จะ "ลับคม" ตัวเอง ให้เกิดความพร้อมมากยิ่งขึ้น .... เพื่อรอให้ถึงวันนั้น วันที่เขา จะได้กลับไปทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบในฐานะ "เฮดโค้ช" อย่างเต็มตัว ...เช่นที่เคยคุมทัพกับ อุดรธานี เอฟซี
เอาใจช่วยครับ "โค้ชโชค"

อยู่กับงานข่าวภูมิภาคเครือเนชั่นมายาวนาน แต่เพราะความชอบต่อฟุตบอลไทย ทำให้รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการข่าวฟุตบอลไทยลีก เนชั่นทีวี สิ่งที่เขานำเสนอ คือแง่มุมต่างๆที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทย

บทความล่าสุด

192.168.52.214