Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นำทัพภาคธุรกิจเอกชนของจีนผงาดเวทีประชุม WEF ระหว่างวันที่17-10 มกราคมนี้ ท่ามกลางบรรยากาศหงอยเหงาจากฝั่งผู้นำตะวันตกหลายชาติที่ต้องอยู่กับบ้าน รวมถึงผู้นำใหม่ของสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวในพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45

เงินปอนด์ป่วนอีกดิ่งลงอย่างหนักถึง 1% ที่ระดับ 1.2119 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 30 ปีในวันอังคาร และร่วงลงเลยจุดที่เคยตกต่ำมากที่สุดในช่วงที่มีการโหวต Brexit เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 ที่ 1.30 ดอลลาร์ ขณะที่ช่วงก่อนลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของชาวอังกฤษนัน้ยืนที่ระดับ 1.4877 ดอลลาร์ หลังจากเทเรซา แมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษเริ่มการเจรจาเพื่อจัดลำดับการถอนตัวของอังกฤษออกจากอียูอย่างเด็ดขาด
ขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 10 วันจะถึงกำหนดเวลาที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าสู่ทำเนียบขาวเริ่มกำหนดวาระการทำงานโดยมีเรื่องการปฏิรูปภาษีและการยกเลิก Obamacare ที่ให้ความช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพของคนอเมริกันซึ่งทรัมป์เร่งให้คองเกรสถกเป็นการเร่งด่วน ซึ่งทั้ง 2 วาระที่ทรัมป์ต้องการจะดำเนินการถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ต่อจากนั้นจะตามมาด้วยข้อเสนอให้คองเกรสเพิ่มอำนาจให้กับประธานาธิบดีใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าโดยเฉพาะการตั้งกำแพงภาษีกับประเทศที่ทำให้สหรัฐต้องเสียเปรียบทางการค้า
1.ในขณะที่ภาพหมอกควันที่ปกคลุมหลังผลการตัดสินใจ Brexit ของคนอังกฤษได้ส่งผลต่อเงินปอนด์ปั่นป่วนอีก เมื่อเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษยืนยันความต้องการให้เป็นการถอนตัวออกจากอียูอย่างเด็ดขาด โดยที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดเชื่อว่าอังกฤษจะได้รับผลกระทบทางด้านการค้าอย่างหนักหน่วง
ส่งผลให้เงินปอนด์ร่วงลง 1% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์มาอยู่ที่ 1.2119 ดอลลาร์ในวันอังคาร โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2016 เงินปอนด์ได้ตกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1985 ต่ำกว่า ระดับ 1.30 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกจากกระแส BREXIT อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.2798 ดอลลาร์ต่อ
เงินปอนด์ยังดิ่งลง 1.4% เมื่อเทียบกับเงินยูโรมาอยู่ที่ 1.1425 ยูโรจากที่เคยยืนเหนือ 1.35 ยูโรในช่วงก่อน Brexit

2.ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมนำทัพภาคธุรกิจเอกชนของจีนเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum หรือ WEF ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 17-20 มกราคมนี้ นำถกบทบาทของจีนในเวทีโลก ร่วมกับผู้นำธุรกิจทั่วโลกกว่า 3,000 คน
โดยมี 2 มหาเศรษฐีจีนคือ Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba Group Holding และ Wang Jianlin ซีอีโอของ Dalian Wanda Group ร่วมเคียงข้างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยปราศจากสีสันจากฟากฝั่งผู้นำตะวันตกหลายชาติกลับไม่มีแผนการเข้าร่วมเวที WEF ปีนี้
เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมสาบานตนเข้าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 รวมถึงผู้นำในอิตาลีและฝรั่งเศสก็เตรียมตัวลงสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ ขณะที่แองเกลา เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน ยังคงอยู่เงียบๆ ในบ้าน จากการที่ต้องเจอแรงกดดันทางการเมืองในแคมเปญจเลือกตั้งที่ยากลำบากในปีนี้เช่นกัน ส่วน Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีแคนาดา และ Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ขอยกเลิกการเข้าร่วมประชุม

3.ขณะที่ 2 วาณิชธนกิจจากสหรัฐและสวิสคาดเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงต่อเนื่องในปี 2017 โดยที่โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงแตะ 7.30 ต่อดอลลาร์ในปลายปีนี้ ส่วนเครดิต ซูอิส คาดหยวนจะร่วงลงแตะ 7.33 ต่อดอลลาร์ หลังจากที่ทั้งสองวาณิชธนกิจคาดว่าเงินหยวนจะอยูที่ระดับ 7.17 ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงถึง 5% จากระดับเงินหยวนในปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 6.9215 ต่อดอลลาร์ เนื่องจากชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนลงมาอยู่ที่ 6.5% จากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 6.8%

4.ทางด้านทรัมป์เตรียมจัดวาระการทำงานหลังการเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ โดยเริ่มจากแผนการปฏิรูปภาษีในประเทศเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคมหรือเมษายน ซึ่งโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าอาจเป็นการลดภาษีถึง 30% ให้กับภาคธุรกิจที่ตัดสินใจจะโยกการลงทุนกลับเข้าสหรัฐ
ขณะเดียวกันเตรียมปัดฝุ่นนำ Trade Act ปี 1974 มาใช้เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับทำเนียบขาวในการตั้งกำแพงภาษีกับประเทศที่ทุ่มสินค้าเข้ามาขายในสหรัฐ โดยเริ่มจากอัตราภาษี 15% รวมทั้งการแก้ไขกฎหมายการค้าที่เรียกว่า Trading with the Enemy Act ปี 1917 ซุ้งสมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน เคยนำมาใช้ชั่วคราวในการเพิ่มภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้ามูงขึ้น 10% และการแก้ไขกฎหมายว่าด้วย The International Emergency Economic Powers Act ปี 1977 ด้วยย้อนรอยล่าสุด ทรัมป์ตัดสินใจให้คองเกรสผลักดันการข้อเสนอออกกฎหมายใหม่ฉบับที่เรียกว่า Affordable Care Act ในการใช้งบประมาณที่ยอมรับได้มาใช้แทนในปีนี้ โดยให้ยกเลิก Obamacare ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องก่อหนี้ก้อนโต

5.ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นโลก ถึงแม้ว่าดาวโจนส์จะลดลงเป็นวันที่สองของสัปดาห์นี้ปิดที่ 19,855 ลดลง 31 จุด หรือ -0.16% แต่ S&P 500 เริ่มทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงปิดที่ 2,268 ส่วน Nasdaq ยังคงทำสถิตืสูงสุดเป็นประวัติการณ์ปิดที่ 5,551 เพิ่มขึ้น 0.36% ทางด้านหุ้นยุโรปนำโดย FT 100ลอนดอนพุ่งขึ้น 0.52% ปิดที่ 7,275 สวนทางเงินปอนด์ที่ดิ่งลงหนัก ส่วนหุ้น DAX เยอรมันปิดที่ 11,583 เพิ่มขึ้น 0.17% และ CAC 40 ฝรั่งเศสปิดที่ 4,888 บวก 0.01%
ขณะที่ Dollar Index กลับมาแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 102.04 หลังวานนี้ลงไปที่ 101.84

บทความล่าสุด

192.168.52.211